ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดีเนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง และพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมถึงลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ ส่วนสายการบิน Qatar Airways ที่กลับมาทำการบินบางส่วนนั้น กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งว่าสายการบินดังกล่าวจะมีเที่ยวบินมากรุงเทพฯ ในวันที่ 11 มีนาคม 2569
สำหรับการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่านช่วงเช้าวันที่ 10 มีนาคม 2569 คนไทยกลุ่มที่เหลือ ที่อพยพออกจากอิหร่านรอบแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม ที่ผ่านมาและได้พักรอที่เมืองวานของตุรกีก่อนหน้านี้ ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยแล้วรวม 23 คน โดยมีนายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศให้การต้อนรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากนี้ยังมีคนไทยในอิหร่านชุดที่ 2 จำนวน 69 คน กำลัง เดินทางออกจากอิหร่านไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี ในวันที่ 10 มีนาคม 2569 โดยคนไทยบางส่วนจะเดินทาง โดยเครื่องบินกลับประเทศไทยในวันที่ 11 มีนาคม 2569 ซึ่งกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวก ในการเดินทางกลับประเทศไทย ส่วนที่ อิรัก ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะอพยพออกจากอิรัก โดยการประสานงานของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน เพื่อมาที่ศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ตุรกี โดยศูนย์ปฏิบัติการฯ พร้อมรองรับและประสานการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ต่อไป ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบินในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ อาทิ ยูเออี และจอร์แดน พร้อมมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ ทั้งเรื่องการอนุญาตเดินทางผ่านแดน อาทิ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และอิรัก เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และตุรกี เพื่อเดินทางกลับไทย หรือไปยังประเทศที่ 3 ทางอากาศต่อได้โดยรวมขณะนี้ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างและได้รับความช่วยเหลือจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางให้เดินทางกลับประเทศไทยรวมแล้ว 351 คน
ทั้งนี้รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายด้วยความปลอดภัย อีกทั้งเพื่อความปลอดภัยของคนไทยทุกคนที่ยังพำนักอยู่ในภูมิภา8ตะวันออกกลาง จึงขอความร่วมมือประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีการชุมนุมหรือการประท้วงในประเทศที่มีความขัดแย้ง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วยความห่วงกังวลอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเร่งใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติ เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้น ทั้งนี้ความปลอดภัยของคนไทย ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในขณะนี้








