นายภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ภาคเอกชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ มีความกังวลต่อสถานการณ์น้ำมัน หลังมีรายงานว่าบางพื้นที่เริ่มพบปัญหาน้ำมันในสถานีบริการไม่เพียงพอ
ทั้งนี้ ตนเพิ่งเดินทางกลับจากการประชุมเศรษฐกิจหอการค้าภาคใต้ 14 จังหวัด เมื่อวันก่อน โดยได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า สถานการณ์น้ำมันของประเทศไม่ได้อยู่ในภาวะขาดแคลน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในบางพื้นที่เป็นผลมาจาก ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นผิดปกติ (False Demand)
โดยปกติผู้ประกอบการรถบรรทุกหรือธุรกิจขนส่งรายใหญ่ มักเติมน้ำมันจากคลังหรือถังสำรองของบริษัท ซึ่งซื้อจากผู้ค้าส่งหรือคลังน้ำมันโดยตรง แต่ในช่วงนี้ เนื่องจาก ราคาน้ำมันขายปลีกที่สถานีบริการต่ำกว่าราคาขายส่งค่อนข้างมาก ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนหันมาเติมน้ำมันที่สถานีบริการแทน ส่งผลให้เกิดการต่อคิวและทำให้บางพื้นที่เกิดปัญหาน้ำมันเข้าปั๊มไม่ทันกับความต้องการ
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวได้มีการนำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบแล้ว และรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อดูแลให้เกิดความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
นายภูมินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หอการค้าไทยจะทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังสมาชิกหอการค้าทั่วประเทศ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด โดยเฉพาะกรณีข่าวลือเกี่ยวกับการจำกัดวงเงินการซื้อน้ำมันที่สถานีบริการ เช่น การเติมได้เพียง 500 หรือ 700 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง และจะมีการแจ้งข้อมูลที่ชัดเจนให้สมาชิกได้รับทราบโดยตรง
ทั้งนี้ หอการค้าไทยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานกับภาครัฐเพื่อสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องแก่ภาคธุรกิจและประชาชนต่อไป








