กองทุนน้ำมันฯ เพิ่มเงินอุดหนุนดีเซลเป็น 20.36 บาท/ลิตร “พลังงาน” เพิ่มรถขนส่ง เพิ่มรอบเพิ่มปริมาณกระจายน้ำมัน ลดผลกระทบประชาชน

นายอนุทิน​ ชาญวีรกูล​ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ​ประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรี และหน่วยงานเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินและเตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน รวมถึงผลกระทบด้านการเงินและการคลัง จากการสู้รบในตะวันออกกลาง โดยมีนายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ​ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี​ สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายอรรถพล​ ฤกษ์​พิบูลย์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน​ ร่วมประชุม ซึ่งนายเอกนิติ เปิดเผยว่า เป็นการติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 โดยเฉพาะเรื่องราคาน้ำมันหลังครบกำหนดมาตรการตรึงราคาน้ำมันดีเซล 15 วัน

ด้านนางศุภจี กล่าวว่า จะนำเสนอมาตรการในการช่วยเหลือประชาชน เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
ในวันที่ 17 มีนาคม 2569

นอกจากนี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พร้อมด้วยนายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้ประชุมหารือร่วมกับตัวแทนกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและผู้แทนจากโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อหารือและประเมินสถานการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิด และวางมาตรการรับมือแก้ไขปัญหาการกระจายน้ำมันที่ล่าช้า ภายหลังการประชุม กระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันได้ข้อสรุปและแนวทางปฏิบัติในการเร่งระบายน้ำมันสู่สถานีบริการ เช่น การระดมเพิ่มจำนวนรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน การเพิ่มรอบและปริมาณการกระจายน้ำมันออกจากคลังไปยังพื้นที่เป้าหมายให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยเชื่อมั่นว่าจากมาตรการเร่งด่วนทั้งหมดนี้ จะช่วยเติมเต็มปริมาณน้ำมันในสถานีบริการที่ขาดแคลน และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขอให้ประชาชนคลายความกังวลและมั่นใจในเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศ

คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ออกประกาศกำหนดกรอบนโยบายการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) สามารถบริหารกองทุนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในระดับที่เหมาะสม

โดยในประกาศกำหนดอัตราเงินชดเชยน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ในอัตรา 9.73 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 11.06 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 2.28 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา อยู่ที่ 20.36 บาทต่อลิตร เท่ากับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B20 จากเดิมที่อุดหนุนอยู่ที่ 18.31 บาทต่อลิตร มีผลวันที่ 17 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่ทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้น อยู่ในระดับที่เกินกว่าระดับราคาที่เหมาะสม มากกว่า 30 บาทต่อลิตร และเพื่อเป็นการบรรเทาผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน หรือชะลอการขาดแคลน และไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ และยังต้องคำนึงถึงภาวะความผันผวนของราคาต้นทุนที่แท้จริง แนวโน้มตลาดโลก และหลีกเลี่ยงการชดเชยเพื่อช่วยเหลือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

สำหรับสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 15 มีนาคม 2569 พบว่า บัญชีกองทุนน้ำมันติดลบ 12,605 ล้านบาท แบ่งเป็น บัญชีน้ำมัน บวก 25,016 ล้านบาท ขณะที่บัญชี LPG ติดลบ 37,621 ล้านบาท

สำหรับการแถลงข่าวของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยพิจารณาออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และติดตามข่าวสารรวมถึงคำแนะนำจากช่องทางทางการของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบพื้นที่ พร้อมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ เพื่อให้สามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ส่วนความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือลูกเรือบรรทุกสินค้าไทย “มยุรีนารี” จำนวน 20 คน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะนี้ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว ซึ่งลูกเรือทั้งหมดมีขวัญกำลังใจดี ทั้งนี้ การประสานงานช่วยเหลือดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูต
ณ กรุงมัสกัต และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ รวมถึงความร่วมมือจากทางการประเทศโอมานและประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นอย่างดี ขณะที่การเร่งค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ยังคงมีการประสานงานช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 

กระทรวงการต่างประเทศ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพเรือ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและเร่งรัดการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยที่เหลือโดยเร็วที่สุด สำหรับสถานการณ์ในอิหร่าน แม้ว่าสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะได้ย้ายที่ทำการชั่วคราวไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกี แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่วยเหลือคนไทยในอิหร่าน และประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ได้ประกาศแนวทางและความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากอิหร่านเพิ่มเติม หากมีความประสงค์เดินทางออกจากพื้นที่ โดยกำหนดการอพยพเพิ่มเติมจำนวน 2 รอบ คือวันที่ 17 และวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางขอให้รีบลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูตโดยเร็วที่สุด 

ในภาพรวม สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยในพื้นที่ยังคงเดินหน้าอำนวยความสะดวก ดูแล ให้คำแนะนำ และประสานงานกับสายการบิน พร้อมจัดหาสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับคนไทยที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยในพื้นที่ที่ยังสามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่ยังคงปิดน่านฟ้า เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนทางบกไปยังประเทศข้างเคียงหรือประเทศที่สาม เพื่อให้คนไทยสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว รวม 952 คน พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ เพื่อให้สามารถออกจากพื้นที่อันตรายได้โดยเร็วที่สุดและปลอดภัย

ส่วนการเดินทางกลับของลูกเรือไทยทั้ง 20 คน นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ รองอธิบดีกรมการกงสุล และนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน และนายพงศ์เทพ เพชรโสม รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับลูกเรือไทย “มยุรีนารี” 20 คน ที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2569 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ให้ความช่วยเหลือในการอำนวยความสะดวกการผ่านเข้าเมืองและการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ลูกเรือไทยได้เดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองคาซับ (Khasab) ไปยังสนามบินนานาชาติมัสกัต และบินออกจากกรุงมัสกัตกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศขอขอบคุณทางการประเทศโอมาน และทางการประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่ได้ให้ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี

นายพงศ์เทพ กล่าวว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับบริษัทเจ้าของเรือในเรื่องค่าจ้าง สวัสดิการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกเรือจะได้รับ ซึ่งได้รับความร่วมมือจากบริษัทเจ้าของเรือเป็นอย่างดี ในด้านสิทธิประโยชน์ลูกเรือทุกคนจะได้รับค่าจ้างเต็มจำนวน รวมถึงค่าตอบแทนพิเศษสำหรับการทำงานในพื้นที่สงครามตามกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง นับตั้งแต่วันเริ่มงานจนถึงวันที่เดินทางกลับถึงกรุงเทพมหานคร โดยบริษัทจะโอนค่าจ้างเข้าบัญชีธนาคารของลูกเรือแต่ละรายภายในวันสิ้นเดือนของทุกเดือนตามปกติ พร้อมทั้งได้รับการชดเชยทรัพย์สินส่วนตัวที่สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว ในส่วนของทรัพย์สินส่วนตัวที่ลูกเรือต้องทิ้งไว้บนเรือ บริษัทจะชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวนให้แก่ลูกเรือแต่ละรายในระยะเวลาที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทได้ยืนยันเจตนารมณ์ที่จะรักษาการจ้างงานของลูกเรือทุกคน และพร้อมรับลูกเรือกลับเข้าปฏิบัติงานทันทีเมื่อมีความพร้อมและมีความประสงค์ที่จะกลับมาปฏิบัติงานอีกครั้ง โดยกระทรวงแรงงาน ยังคงติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานไทยในตะวันออกกลาง และติดตามการช่วยเหลือลูกเรือ “มยุรีนารี” อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์และปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสมกับเหตุการณ์รายวันต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง