นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางกระทบการนำเข้าวัตถุดิบผลิตเม็ดพลาสติก เช่น แนฟทา แอมโมเนีย และกำมะถัน ส่งผลให้โรงงานบางแห่งต้องหยุดผลิตชั่วคราว นำไปสู่ภาวะขาดแคลนเม็ดพลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน (PP) ที่ใช้ทำบรรจุภัณฑ์อย่างหนัก และดันราคาต้นทุนพุ่งสูงถึงร้อยละ 50 ผู้ประกอบการต้องเร่งแก้ปัญหาโดยเพิ่มกำลังการผลิตโรงงานในประเทศและนำเข้าจากจีนมาทดแทน แม้จีนจะมีกำลังผลิตส่วนเกินน้อยและราคาสูงขึ้นตามความต้องการโลก แต่ก็ยังจำเป็นและมีราคาถูกกว่า
ทั้งนี้ ส.อ.ท. ย้ำว่าเม็ดพลาสติกชนิด PE ยังมีเพียงพอ จึงเตือนไม่ให้ตื่นตระหนกจนกักตุนสินค้าเพื่อป้องกันปัญหาบานปลาย โดยผลกระทบจากการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์นี้ สวนทางกับอุตสาหกรรมอาหารที่ยอดสั่งซื้อเติบโตแบบก้าวกระโดดจากความกังวลเรื่องสงครามทั่วโลก ทำให้ผู้ผลิตอาหารเสี่ยงเผชิญปัญหาไม่มีถุงหรือบรรจุภัณฑ์สำหรับจัดเก็บและส่งมอบสินค้า
สำหรับการนำพลาสติกชีวภาพมาใช้ทดแทนนั้น ส.อ.ท. ประเมินว่ายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันทีในระยะสั้น เนื่องจากโครงการใหญ่อย่างนครสวรรค์โมเดล (ความร่วมมือระหว่าง KTIS และ PTTGC) ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งไทยต้องเร่งผลักดันเป้าหมายระยะยาวนี้ให้สำเร็จ เพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าและสร้างความมั่นคงในห่วงโซ่การผลิตของประเทศต่อไป








