นายมาโนช ชูทับทิม นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่และประธานสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่แปดริ้ว จำกัด เปิดเผยถึงการปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม ของสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ ที่ปรับขึ้นมา 20 สตางค์ เป็นฟองละ 3.60 บาท ว่า เป็นการสะท้อนกลไกตลาดปกติในช่วงนี้ ซึ่งเป็นผลพวงจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในช่วงก่อนและสภาพอากาศที่ร้อนจัดในปัจจุบัน ส่งผลต่อสุขภาพไก่ ทำให้ไก่มีอัตราผลผลิตไข่ลดลง ซึ่งเป็นไปตามช่วงฤดูกาลปกติ และรอบการผลิตของไก่ไข่
ขณะที่ความต้องการบริโภคไข่ไก่ ยังคงมีมาอย่างต่อเนื่อง ราคาจึงต้องปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกดีมานด์และซัพพลาย ดังนั้น การปรับราคาในครั้งนี้ จึงเป็นการสะท้อนภาพของฤดูกาลผลผลิตปกติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับขึ้นของราคาพลังงานปัจจุบัน เพราะต้นทุนพลังงาน คิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิตทั้งหมดของไข่ไก่
ขณะที่ช่วงก่อน เกษตรกรผู้ผลิตไข่ไก่ ต้องแบกรับการขาดทุนสะสมมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ที่ราคาไข่ไก่ดิ่งลงไปอยู่ที่ 3.00 – 3.20 บาท โดยต้นทุนปัจจุบัน อยู่ที่ 3.29 บาท/ฟอง สาเหตุของต้นทุนที่พุ่งสูง มาจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งค่าแรงงานและค่าอาหารสัตว์ ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากต้นทุนแล้ว ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาไข่ไก่คือ การแข่งขันกันอย่างรุนแรง ทำให้ปริมาณผลผลิตล้นตลาด กดดันให้ราคาปรับลดต่ำลงไปมาก
การที่ราคาขยับขึ้นมาที่ฟองละ 3.60 บาทในปัจจุบัน แม้จะดูเหมือนแพงขึ้นในสายตาผู้บริโภค แต่หากเทียบกับต้นทุนการผลิตแล้ว นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ ย้ำว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในขั้นเสมอตัว แค่พอลืมตาอ้าปากได้ และจะยังแทบไม่มีกำไร หากเทียบกับช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับช่วงที่ราคาตกต่ำก่อนหน้า
การปรับราคานี้ จึงเป็นเพียงการช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรผู้ผลิตให้สามารถประคับประคองอาชีพต่อไปได้เท่านั้น และราคาที่ปรับขึ้นในปัจจุบันยังเป็นราคาในช่วงปกติเช่นเดียวกับปีก่อนซึ่งราคามีการปรับขึ้นลงไม่เกิน 3.60 บาท/ฟอง
อย่างไรก็ตาม จากภาวะปัจจุบันที่ทุกคนถูกบีบรัดจากค่าน้ำมันที่สูงขึ้น เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่จะพยายามตรึงราคาไข่ไก่ไม่ให้เพิ่มไปมากกว่านี้ เพื่อช่วยลดภาระให้แก่ผู้บริโภคในช่วงปัจจุบัน








