17 เมษายนของทุกปี เป็นวันที่ประกาศขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและสร้างความตระหนักถึงบทบาทสำคัญของค้างคาวที่มีต่อระบบนิเวศของโลกใบนี้ เริ่มต้นโดยองค์กรอนุรักษ์ค้างคาว Bat Conservation International (BCI) ที่ทำหน้าที่อนุรักษ์และปกป้องแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาว
“ค้างคาว” สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดเดียวที่บินได้ อยู่กับโลกมายาวนานกว่า 50 ล้านปี มีประชากรมากถึง 1 ใน 4 ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งโลก มีกว่า 1,400 สายพันธุ์ อยู่ในทั่วทุกทวีปหลากหลายชนิด เป็นสัตว์ที่กินทั้งพืช ผลไม้ น้ำหวานจากดอกไม้และกินแมลง ในประเทศไทยมีผู้ค้นพบค้างคาว ประมาณ 120 ชนิด แบ่งเป็นค้างคาวกินผลไม้ 20 ชนิด ค้างคาวกินแมลง 99 ชนิด และเป็นค้างคาวที่กินสัตว์อื่นเป็นอาหาร 1 ชนิด
สำหรับค้างคาวในประเทศไทยมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ขนาดที่เล็กที่สุดในโลก อย่างค้างคาวคุณกิตติที่มีน้ำหนักตัว 2 กรัม ไปจนถึงค้างคาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกคือ ค้างคาวแม่ไก่ป่าฝน ที่มีน้ำหนักตัวถึง 1 กิโลกรัม
ปัจจุบันค้างคาวทั่วโลก กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากแหล่งที่อยู่อาศัยที่เสื่อมโทรม การล่า ภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และสายพันธุ์ต่างถิ่น ทำให้ประชากรของค้างคาวทั่วโลกลดจำนวนลง ซึ่งค้างคาวมีบทบาทในการช่วยผสมเกสรดอกไม้ กำจัดศัตรูพืช กำจัดแมลง ช่วยรักษาสมดุลของแมลง รวมทั้งสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศ การอนุรักษ์ค้างคาวในธรรมชาติให้คงอยู่ จึงเท่ากับเป็นการทำให้ระบบนิเวศคงความสมดุลต่อไป
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Environman และ สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ








