นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน จากคณะทำงาน Zero Corruption (ซีโร่ คอร์รัปชัน) และภาคีเครือข่าย ร่วมชี้แจงกรณีผลสำรวจของภาคเอกชน ที่ระบุว่าปัญหาคอร์รัปชันเป็นอุปสรรคสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญในการขจัดปัญหาการทุจริตทุกรูปแบบและได้กำหนดเป็นนโยบายชัดเจนในการปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย โดยเฉพาะการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในการอนุมัติและอนุญาตของภาครัฐ เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ให้เหลือเท่าที่จำเป็น ซึ่งที่ผ่านมาได้เร่งรัดกฎหมายหลายฉบับ เช่น กฎหมายว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการบริการภาครัฐ และร่างพระราชกฤษฎีกาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ เช่น เรื่องนอมินี (Nominee) รวมทั้งการตรวจสอบกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าเป็นสมาชิก OECD (โออีซีดี)
สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไม่ยอมรับผลสำรวจและสนับสนุนให้หน่วยงานราชการฟ้องดำเนินคดีกับผู้เปิดเผยข้อมูลนั้น รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า เป็นการตั้งคำถามสั้นๆ ของสื่อมวลชน ทำให้นายกรัฐมนตรีอธิบายตามหลักกฎหมายทั่วไป ว่าเป็นสิทธิของผู้เสียหายในการปกป้องตนเอง หากมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิด แต่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีเจตนาสนับสนุนให้เกิดการฟ้องร้องดำเนินคดีแต่อย่างใด ในทางกลับกันนายกรัฐมนตรีเห็นว่าข้อมูลผลสำรวจดังกล่าวเป็นประโยชน์ที่ทุกหน่วยงานภาครัฐควรนำไปใช้เป็นฐานในการทบทวนการทำงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน พร้อมทั้งแสดงความขอบคุณภาคเอกชนสำหรับข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์








