นายกฯ หนุนแฟรนไชส์ร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส เพิ่มโอกาสธุรกิจ นำเข้าวัตถุดิบ เอกลักษณ์ไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส และพบปะคณะญาติธรรมและชุมชนชาวไทยที่พำนักอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีประชาชนได้ถามถึงสถานการณ์ชายแดน โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีใจที่ทุกคนรักบ้านเกิดเมืองนอน ห่วงใยสถานการณ์ต่างๆ ในประเทศไทย รับรอง “ด่านไม่เปิด” สัญญาว่าจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยี คุกคาม เอาเปรียบ ซึ่งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ได้หารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) แล้วในประเด็นว่า หากกัมพูชาร้องขอให้ไปสำรวจวัดที่เป็นมรดกโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างไทย – กัมพูชา ยูเนสโกต้องมาสำรวจเขตแดนในฝั่งไทยด้วย เพื่อให้ข้อมูล
มีความชัดเจนและครบถ้วน

ในการเดินทางเยือนฝรั่งเศสครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความสัมพันธ์ในโอกาสครบรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – ฝรั่งเศส เป็นครั้งแรกที่มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 4  ท่าน ร่วมมาเยือนฝรั่งเศสในวาระเดียวกัน ได้แก่ นายเอกนิติ  นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งในวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2569 จะได้หารือกับนายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แบบวงเล็ก การพบปะครั้งนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับไทยที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และจะฝากประธานาธิบดีฝรั่งเศสให้ช่วยดูแลคนไทยในฝรั่งเศสด้วย อีกทั้งย้ำว่า รัฐบาลไทยพร้อมทำงานอย่างเต็มที่ในการดูแลให้คนไทยในฝรั่งเศสได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในด้านที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งประชาชนและประเทศไทย โดยเฉพาะในด้านการค้า การลงทุน พลังงาน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ การท่องเที่ยว และมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงยืนยันความเชื่อมั่นและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของไทยในสายตาต่างประเทศ พร้อมชวนคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศกลับไปเยี่ยมเมืองไทย ซึ่งจะได้เห็นเมืองไทยในบริบทที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น น่าอยู่ มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากขึ้น และฝากคนไทยในฝรั่งเศสเป็นผู้แทนและทูตของประเทศไทย เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานานาชาติ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับผู้บริหารบริษัทเอกชนไทยที่ลงทุนในประเทศฝรั่งเศส จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ 1. นายแอร์วาน วิลเฟอ ประธานบริษัท Ambient Branded ภายใต้บริษัท Thai Union Europe จำกัด 2. นายแอร์มีส ปานาโยโตปูลอส หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมและขับเคลื่อนนโยบายด้านความยั่งยืน ประจำภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา บริษัท Indorama Ventures จำกัด และ 3. นายศุภสิทธิ์ สุขะนินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Mud and Hound จำกัด ณ โรงแรม InterContinental Paris Le Grand กรุงปารีส เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ โอกาส ความท้าทายในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนไทยในยุโรป และแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย – ฝรั่งเศสในหลากหลายมิติ โดยภาคเอกชน มีข้อเสนอต่อภาครัฐ ดังนี้

1. สนับสนุนเร่งปิดการเจรจาการค้าเสรี FTA ไทย – สหภาพยุโรป ซึ่งจะลดอัตราภาษีที่สหภาพยุโรปเรียกเก็บจากสินค้าไทยจากร้อยละ 24 ลดเหลือร้อยละ 0 ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสขยายตลาดยุโรปได้มากขึ้น เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยด้านการส่งออกทุกกลุ่มสินค้า

2. การส่งเสริมแฟรนไชส์ ธุรกิจแบรนด์ไทยในตลาดยุโรป ผ่านมาตรการของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งอาหารไทยเป็นที่ชื่นชอบของนานาชาติ แต่สิ่งที่ปรากฏคือ ร้านอาหารไทยหลายร้าน ดำเนินการโดยคนต่างชาติที่ขาดทักษะในการปรุงอาหารไทย ทำให้รสชาติอาหารไทยผิดเพี้ยน ภาคเอกชนจึงมีข้อเสนอให้มีมาตรการส่งเสริมคนไทยในฝรั่งเศส รวมถึงประเทศอื่นๆ ในยุโรป ได้มีโอกาสทำธุรกิจร้านอาหารไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบ และเอกลักษณ์ของไทยด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยรัฐบาลจะเดินหน้าผลักดันและนำภาคเอกชนไทย ที่มีแฟรนไชส์ร้านอาหารมาพูดคุยกับธนาคาร EXIM เพื่อออกแบบมาตรการส่งเสริมต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง