หน่วยงานภาครัฐร่วมเตรียมพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อย่างสมพระเกียรติ พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการเตรียมความพร้อมของทุกหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ถูกต้องตามโบราณราชประเพณีและสมพระเกียรติ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมได้เตรียมจัดตั้งศูนย์อำนวยการและคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านพระราชพิธีฯ ครอบคลุมทั้งด้านพิธีการ งานศาสนา การจัดทำองค์ความรู้ จดหมายเหตุ สื่อเทิดพระเกียรติ การประสานเครือข่ายวัฒนธรรมทั่วประเทศ รวมทั้งการดูแลความเหมาะสมของกิจกรรมภาครัฐในช่วงเวลาของการแสดงความอาลัย ทั้งนี้ จะประสานการดำเนินงานร่วมกับสำนักพระราชวัง สำนักนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานในสังกัดและเครือข่ายทางวัฒนธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้การจัดกิจกรรมทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีต่างๆ เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับช่วงเวลาแห่งการแสดงความอาลัย

ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และรวบรวมข้อมูล นับจากสำนักพระราชวังประกาศการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเหตุการณ์สำคัญตามลำดับ จัดทำจดหมายเหตุแห่งชาติ และหนังสือที่ระลึกเนื่องในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ โดยจัดส่งนักจดหมายเหตุ ช่างภาพ อาสาสมัคร ร่วมบันทึกเหตุการณ์ ตั้งแต่มีการประกาศสำนักพระราชวังเรื่องการสิ้นพระชนม์ ขบวนเชิญพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยไปประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพิมานรัตยาในพระบรมมหาราชวัง และพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล ไปจนถึงพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ รวมทั้งรวบรวมข่าวและภาพจากสื่อมวลชนหลากหลายแขนง ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และเตรียมความพร้อมดำเนินการจัดสร้างพระเมรุ และอาคารประกอบในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ โดยกรมศิลปากรพร้อมดำเนินการตามโบราณราชประเพณีอย่างสมพระเกียรติและสะท้อนพระราชจริยวัตรอันงดงาม ซึ่งการออกแบบและการดำเนินงานต่างๆ จะได้นำขึ้นกราบบังคมทูล          ถวายรายงานต่อองค์ที่ปรึกษาเพื่อทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยต่อไป

ส่วนการอำนวยความสะดวกประชาชนในการเข้าร่วมถวายสักการะพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เบื้องหน้าพระรูป ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30 – 16.00 น. และเข้าถวายสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00 – 21.00 น. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้จัดเตรียมการให้บริการดังนี้

บริการ Shuttle Bus (ให้บริการฟรี) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่

M1 : สถานีท่าพระ – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

M2 : สถานีสนามไชย – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

M7 : อนุสาวรีย์ชัยฯ (ฝั่งพญาไท) – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

M8 : สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

M9 : สถานีขนส่งฯ (สายใต้ใหม่) – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 07.00 น. คันสุดท้าย 19.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

M16 : ประตูเทวาภิรมย์ – สนามหลวง (ท่าต้นทาง คันแรก 08.00 น. คันสุดท้าย 22.00 น. หรือจนกว่าประชาชนจะหมด)

เส้นทางรถเมล์ ขสมก. ผ่านสนามหลวง จำนวน 18 เส้นทาง (เวลาให้บริการ 05.00 – 22.00 น.) ได้แก่

สาย 3 (2-37) : สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) – สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี

สาย 15 (4-2) : วงกลม : สถานีรถไฟฟ้าตลาดพลู – สยาม

สาย 25E (3-7E) : แพรกษา – ท่าช้าง (ทางด่วน)

สาย 32 (2-5) : ท่าเรือปากเกร็ด – วัดโพธิ์

สาย 47 (3-41) : ท่าเรือคลองเตย – สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย

สาย 53 (2-9) : วงกลม : สนามหลวง – เทเวศร์

สาย 59 (1-8) : รังสิต – สนามหลวง

สาย 60 (1-38) : สวนสยาม – สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย

สาย 70 (2-14) : ประชานิเวศน์ 3 – สนามหลวง

สาย 80 (4-43) : วัดศรีนวลธรรมวิมล – สนามหลวง

สาย 91 : หมู่บ้านเศรษฐกิจ – สนามหลวง

สาย 91ก : วิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี – สนามหลวง

สาย 501 (1-53) : หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง – ท่าช้าง

สาย A4 : ท่าอากาศยานดอนเมือง – สนามหลวง (ทางด่วน)

สาย S1 : ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – สนามหลวง (ทางด่วน)

สาย 1-7E : รังสิต – สนามหลวง (ทางด่วน)

สาย 1-80E : สวนสยาม – สถานีรถไฟฟ้าสนามไชย (ทางด่วน)

สาย 2-32E : ประชานิเวศน์ 3 – สนามหลวง (ทางด่วน)

ขณะที่กรมเจ้าท่า จัดเรือตรวจการณ์ ให้บริการ รับ – ส่งประชาชน โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยให้บริการในเส้นทางพื้นที่แม่น้ำเจ้าพระยา 3 เส้นทาง รับที่ท่าเรือวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร และท่าเรือวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร นำส่งท่าเรือท่าช้าง ระหว่างวันที่ 14 – 27 มิถุนายน 2569 โดยเริ่มให้บริการตั้งแต่เวลา 14.00 น. จนกว่าจะแล้วเสร็จภารกิจ

บริษัท ขนส่ง จำกัด (BKS) เตรียม 4 แนวทางอำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางถวายสักการะพระศพ ดังนี้

1. จัดเตรียมรถโดยสาร (รถบริษัทฯ และรถร่วมฯ) ให้บริการเที่ยวไป – กลับ เฉลี่ยวันละ 5,000 – 6,000 เที่ยววิ่ง เพื่อรองรับประชาชนในการเดินทางไป – กลับ เฉลี่ยวันละ 80,000 – 90,000 คน รวมทั้งเตรียมเพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสารของบริษัทฯ และรถร่วมบริการ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยเน้นความปลอดภัย ความสะดวก และตรงต่อเวลา รวมถึงกำชับให้รถโดยสารที่กำกับดูแล เข้าจอดส่งผู้โดยสารสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อเชื่อมต่อกับรถเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และรถไฟฟ้า

2. จัดเจ้าหน้าที่ประจำทุกสถานีขนส่งฯ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และให้ข้อมูลแก่ผู้โดยสารตลอดช่วงเวลาการเดินทาง

3. ประชาชนที่เช่าเหมารถโดยสารไม่ประจำทาง (ทะเบียน 30) สามารถใช้พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) หรือหมอชิต 2 (ขาเข้า) เป็นจุดจอดรถ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งสามารถรองรับรถได้ประมาณ 20 คันต่อวัน เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางกับรถโดยสารของ ขสมก. และรถเมล์ไฟฟ้าของบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB)

4. อำนวยความสะดวกด้านการจอดรถยนต์ส่วนบุคคล ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจอดได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ สถานีขนส่งฯ หมอชิต 2 สถานีขนส่งฯ บรมราชชนนี และสถานีขนส่งฯ เอกมัย

ทางด้านกรมการขนส่งทางราง ประสานผู้ให้บริการระบบรางทุกเส้นทาง เตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนให้เพียงพอ สะดวก และปลอดภัย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ติดตามการดำเนินงานตามแผนอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด อีกทั้งประสานผู้ให้บริการระบบรถไฟฟ้าทุกเส้นทางให้เฝ้าติดตามสถานการณ์ผู้โดยสารผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่น หากพบว่ามีปริมาณผู้โดยสารเพิ่มสูงขึ้น ให้พิจารณาจัดเดินรถไฟฟ้าเสริม หรือเพิ่มความถี่ในการให้บริการ นอกจากนี้ ได้ขอให้ผู้ให้บริการเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจำจุดจำหน่ายบัตรและเหรียญโดยสาร จัดเตรียมเครื่อง Tablet เพิ่มเติม เพื่อรองรับการสแกน QR Code กรณีประชาชนใช้สิทธิ์ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ในการซื้อบัตรหรือเหรียญโดยสาร ณ เคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรโดยสารของระบบรถไฟฟ้า กรณีเกิดเหตุรถไฟฟ้าขัดข้อง ได้กำชับให้ผู้ให้บริการเร่งประสานงานและแก้ไขปัญหาโดยเร็ว และให้ระบบสามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ในส่วนของรถไฟทางไกลได้ประสานการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ให้พิจารณาพ่วงตู้โดยสาร เพิ่ม 1–2 ตู้ไปกับขบวนรถปกติ และพิจารณาพ่วงตู้เพิ่มเติมในขบวนที่มีประชาชนใช้บริการหนาแน่น นอกจากนี้ ยังได้จัดให้บริการที่จอดรถฟรี ณ สถานีกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง