นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ซึ่งเป็นกรอบสำคัญในการกำหนดทิศทางพลังงานของประเทศ โดยมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
แผน PDP 2026 ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาด ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และต้นทุนด้านพลังงานที่เหมาะสม เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความเข้มงวดของกติกาด้านสิ่งแวดล้อมในระดับโลก ความต้องการใช้พลังงานสะอาดของภาคธุรกิจ และความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง
นอกจากนี้ แผนฉบับใหม่ยังรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน โดยมีการปรับเกณฑ์การประเมินความมั่นคงของระบบไฟฟ้าจากการพิจารณากำลังผลิตสำรอง มาใช้ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของระบบได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
สนพ. ยังเปิดกว้างในการศึกษาทางเลือกด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) และการส่งเสริมระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพลังงานมากขึ้น โดยย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจะต้องเป็นธรรมและไม่สร้างภาระค่าไฟฟ้าให้แก่ประชาชน
ปัจจุบัน กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างหารือและสรุปรายละเอียดของแผน PDP 2026 อย่างเข้มข้น โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน 2569 ก่อนนำไปใช้เป็นกรอบขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว








