กรุงเทพมหานครเดินหน้ามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และการแก้ไขเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดผลกระทบจากฝนตกหนัก และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในทุกพื้นที่
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า มาตรการระยะสั้นมุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง การพร่องน้ำในคลองก่อนเกิดฝนตก การตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำ ประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ และระบบไฟฟ้า พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเร่งล้างท่อระบายน้ำ ขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำไหล และกำจัดวัชพืช ขยะ และสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังบูรณาการการทำงานร่วมกับกรมชลประทาน และจังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และสมุทรปราการ เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและเร่งระบายน้ำหลังฝนหยุดตก พร้อมเตรียมเปิดใช้งานอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนภายในปี 2569 เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันออก
สำหรับแผนระยะยาว กรุงเทพมหานครเตรียมดำเนินโครงการอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายจากบึงหนองบอนไปยังคลองประเวศบุรีรมย์และคลองสี่ ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต ได้แก่ ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี สะพานสูง ประเวศ และบางส่วนของคลองสามวา รวมพื้นที่กว่า 152.9 ตารางกิโลเมตร สามารถรองรับและเร่งระบายน้ำได้ประมาณ 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่ง ก่อนส่งต่อสู่อุโมงค์บึงหนองบอนเพื่อระบายลงแม่น้ำเจ้าพระยา
โครงการดังกล่าวมีขีดความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีกำหนดเริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 และแล้วเสร็จในปี 2574 ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง รองรับฝนตกหนักที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และลดผลกระทบต่อการคมนาคมและเศรษฐกิจของพื้นที่ฝั่งตะวันออก
ด้านความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมทั่วกรุงเทพฯ ขณะนี้ กทม. ดำเนินการลอกท่อระบายน้ำแล้วกว่า 3,739 กิโลเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 98.1 ของแผนทั้งปี ขุดลอกคลองแล้วกว่า 82% และเปิดทางน้ำไหลแล้วมากกว่า 99% พร้อมเตรียมอุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง บ่อสูบน้ำ 371 แห่ง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำครบ 560 จุดทั่วกรุงเทพมหานคร รวมถึงจัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
พร้อมกันนี้ กรุงเทพมหานครยังพัฒนาระบบติดตามและบริหารจัดการน้ำแบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่ายเรดาร์ตรวจอากาศ ระบบตรวจวัดปริมาณฝน ระดับน้ำ อัตราการไหลของน้ำ และระบบควบคุมเครื่องสูบน้ำ ซึ่งเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์สถานการณ์และการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง








