นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยยืนยันว่า รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างต่อเนื่องและเด็ดขาด ผ่าน 6 มาตรการสำคัญ
มาตรการประกอบด้วย การสั่งย้ายผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถูกตั้งข้อสงสัยมาช่วยราชการที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งมีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน จนพบหลักฐานสำคัญว่าประกาศผลสอบและใบคะแนนสอบจริงของบุคคลเดียวกันมีข้อมูลไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการทางวินัย โดยตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมยกระดับการตรวจสอบด้วยการแต่งตั้งนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกำกับดูแลการสอบสวน ร่วมกับหน่วยงานระดับประเทศ ได้แก่ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ในส่วนของการดำเนินคดีอาญา กระทรวงมหาดไทยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเร่งรัดการออกหมายจับและติดตามผู้ต้องหา โดยขณะนี้มีผู้ต้องหาบางส่วนถูกควบคุมตัวและไม่ได้รับการประกันตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด
ขณะเดียวกัน คณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.ส.ถ.) มีมติยกเลิกการประกาศผลสอบ และแจ้งให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หลังการสอบสวนพบหลักฐานด้านเส้นทางการเงินและข้อมูลการติดต่อที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
แม้คณะกรรมการ ก.ส.ถ. จะมีอำนาจใช้ดุลยพินิจตามกฎหมาย แต่เมื่อข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานปรากฏชัด ทุกฝ่ายต้องยึดหลักความถูกต้องและความรับผิดชอบ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นผู้กระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือผู้มีอิทธิพลรายใดก็ตาม








