“ปภ.”ย้ำ 5 แนวทางก่อนเกิดเหตุ สั่งเร่งย้ายกลุ่มเปราะบาง–ทรัพย์สิน จับตา อ.เวียงผา จ.น่าน น้ำล้นตลิ่งเกือบ 3 เมตร

นางสาวชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ที่กองบัญชาการอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง โดยเบื้องต้น นางสาวชัชดาพร ได้เน้นย้ำถึงข้อสั่งการ 5 แนวทางปฏิบัติของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ก่อนที่จะเกิดสถานการณ์รุนแรง ต้องคาดการณ์เป็นเคสที่ร้ายแรงที่สุดก่อน 1.ถ้ามีสถานการณ์หรือใกล้เกิดสถานการณ์ต้องเคลื่อนย้ายรถยนต์ หรือทรัพย์สิน ที่มีความเสียหายสูงออกจากพื้นที่ก่อน 2.การเข้าดูแลกลุ่มเปราะบางเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ต้องเคลื่อนย้ายออกมาจากพื้นที่ก่อนเป็นลำดับแรก หลังมีการคาดการณ์จะเกิดเหตุขึ้น 3.ต้องประสานชลประทานอย่างใกล้ชิดหรือเมื่อมีความคิดคาดการณ์แล้วว่าจะเกิดน้ำป่า น้ำท่วมอย่างไรหรือน้ำจะลงมาที่ไหนต้องรีบแจ้งมาที่ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อมีข้อความแจ้งเตือนไปยังประชาชนผ่านระบบเซลล์บอร์ดแคส 4.จะต้องประสานทางสาธารณสุขให้ชี้เป้ากลุ่มเปราะบางอยู่ครัวเรือนไหนเพื่อเร่งช่วยเหลือทันท่วงที และ 5.เน้นย้ำถึงเรื่องการประสานเครือข่ายมูลนิธิในพื้นที่เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยจะต้องคิดเสมอว่าทำงานกันเป็นทีมและบูรณาการกันทุกหน่วยงาน โดยจะต้องตระหนักถึงเรื่องเหล่านี้เพื่อมอบหมายงานลงไปให้เจ้าหน้าที่

สำหรับการแจ้งเตือนภัยและการคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบ ได้ดำเนินการแจ้งเตือนไปยังพื้นที่ 42 จังหวัด ตั้งแต่เมื่อศุกร์ที่ผ่าน โดยแจ้งเตือนตั้งแต่วันที่ 19-22 ส.ค.เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์

ส่วนการคาดการณ์สถานการณ์ได้แบ่งเป็น 2 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์น้ำท่าและการคาดการณ์ฝน โดยได้มีการติดตามระดับน้ำจากกรมชลประทาน พร้อมทั้งติดตามระดับสถานการณ์ของแม่น้ำยม ที่อำเภอเชียงม่วง มีระดับสูงกว่าตลิ่งอยู่ประมาณ 30 เซนติเมตร ซึ่งตอนนี้มีแนวโน้มลดลง ส่วนอีกลำน้ำหนึ่งคือ ลำน้ำแม่น้ำน่าน N1 มีแนวโน้มลดลงซึ่งมวลน้ำจากอำเภอเมืองกำลังเคลื่อนตัวไปที่อำเภอเวียงสา ที่สถานี N31A ระดับน้ำล้นตลิ่งอยู่ที่เกือบ 3 เมตร ซึ่งแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประมาณชั่วโมงละ 5-10 เซนติเมตร ซึ่งขณะนี้ศูนย์ภัยพิบัติแห่งชาติ ได้ทำการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนผ่านทั้งตัว SMS ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ รวมถึงมีการส่งเซลล์บอร์ดแคสไปยังอำเภอเมือง และอำเภอเวียงสา ตั้งแต่เมื่อวานเพื่อเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางและยกของขึ้นที่สูง

ขณะที่การคาดการณ์ปริมาณฝนช่วงวันที่ 20-21 ส.ค.ร่องมรสุมผ่านที่ภาคเหนือกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง จะมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ภาคเหนือตอนล่าง ตั้งแต่จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และบางซีกตะวันตก ที่แม่ฮ่องสอน และจังหวัดตาก ยังมีภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่อยู่บริเวณซีกตะวันออก ตั้งแต่หนองคาย บึงกาฬ อำนาจเจริญ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงที่อาจมีฝนตกได้ถึง 100-150 มิลลิเมตร

นางสาวชัชดาพร ยังถามถึงสำหรับความคืบหน้าการเคลื่อนย้ายเจ็ตสกี เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่านนั้น ได้เดินทางถึงในพื้นที่แล้ว ส่วนถุงยังชีพได้มีการจัดส่งถึงพื้นที่ในจำนวน 5,000 ชุด เรียบร้อยแล้ว และจะแจกจ่ายให้กับประชาชนต่อไป นอกจากนี้ได้มีการส่งเรื่องไปที่กองทุนสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความช่วยเหลือในเรื่องของผู้ประสบภัยที่เสียชีวิต 2 คน เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาให้ทันท่วงที

ด้าน ปภ. จ.น่าน ได้รายงานสถานการณ์ว่า พื้นที่ของจังหวัดน่านที่ได้รับผลกระทบได้แก่ อำเภอท่าวังผา ภูเพียง ท่าวังสุข ปัว อำเภอเมือง โดยพื้นที่อำเภอปัวได้รับผลกระทบ 12 ตำบล 107 หมู่บ้าน 4,000 ครัวเรือน เสียชีวิต 1 คน เป็นผู้ป่วยติดเตียง ความเสียหายเกิดจากน้ำล้นตลิ่ง เปิดศูนย์ช่วยเหลืออยู่ที่อำเภอปัว สถานการณ์ปัจจุบัน น้ำลดระดับแล้ว แต่ในพื้นที่ได้รับความเสียหายอยู่จากน้ำที่หลากมา

ทั้งนี้ ต้องจับตาเฝ้าระวังอำเภอเวียงผา ที่ขณะนี้น้ำกำลังไหลไปรวมกัน ประกอบกับในพื้นที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง น้ำอยู่ในปริมาณที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่สูงมาก ต้องติดตามบ้านเรือนประชาชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งตอนนี้ ได้รับความเสียไปแล้ว 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน มีพื้นที่การเกษตรเสียหาย

ส่วนการฟื้นฟูหลังจากนี้ หน่วยงานต่างๆ จะมีการระดมสรรพกำลังจากพื้นที่ที่ไม่ท่วม และเริ่มเข้าพื้นที่ช่วยฟื้นฟูในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย

ขณะที่ ปภ.จ.สุโขทัย กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ฝนในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ว่า ก่อนหน้านี้มีปริมาณฝนสะสมประมาณ 338 มิลลิเมตร ขณะที่ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 29 มิลลิเมตร อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนสะสมโดยรวมยังถือว่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ประมาณ 800 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นระดับที่อาจเริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในวงกว้าง

แต่ในบางพื้นที่ยังคงได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกลงมา โดยมีฝนตกใน 9 อำเภอ และพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสัชนาลัย อำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีนคร ส่วนพื้นที่อำเภออื่นๆ มีฝนตกในระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

สำหรับสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย แหล่งกักเก็บน้ำทั้งหมด 10 แห่ง มีปริมาณน้ำรวมก่อนหน้านี้ประมาณ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ของความจุ ขณะที่มีปริมาณน้ำไหลเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 41 เปอร์เซ็นต์

ในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย เกิดน้ำหลากจากพื้นที่สูงไหลลงสู่พื้นที่ราบ ส่งผลให้หลายตำบลได้รับผลกระทบ ขณะที่อำเภอสวรรคโลกและอำเภอศรีนคร ลักษณะสถานการณ์ส่วนใหญ่เป็นน้ำฝนที่กำลังรอการระบาย

ส่วนสถานการณ์แม่น้ำยม ขณะนี้ปริมาณการระบายน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และถือว่ายังมีปริมาณน้ำไม่มาก เนื่องจากมวลน้ำเหนือยังเดินทางมาไม่ถึงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา ทำให้เกิดน้ำหลากและมีพื้นที่ประสบภัย 5 ตำบล 12 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 320 ครัวเรือน ส่วนอำเภอสวรรคโลก มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 4 ตำบล 12 หมู่บ้าน รวมประมาณ 412 ครัวเรือน ขณะที่อำเภอศรีนครมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 ตำบล 8 หมู่ 69 ครัวเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกาศพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และให้ผู้ประสบภัยรายงานข้อมูลความเสียหายและพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือต่อไป

สำหรับการช่วยเหลือเบื้องต้น ฝ่ายปกครอง ฝ่ายท้องถิ่น รวมถึงมูลนิธิต่างๆ ได้ระดมกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความจำเป็นต้องอพยพหรือเคลื่อนย้ายประชาชนและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่เสี่ยง

ขณะนี้ในพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย มีการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เป็นการชั่วคราว เนื่องจากปริมาณน้ำค่อนข้างสูง โดยนำประชาชนไปพักชั่วคราวที่วัดม่อนแก้วและศาลาประชาคม รวมถึงมีการเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงบางส่วนด้วย อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้ที่ต้องอพยพยังมีไม่มาก ส่วนอีก 2 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ ยังไม่มีการอพยพประชาชน แต่มีการเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังต่อจากนี้คือ มวลน้ำจากพื้นที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา และอำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ซึ่งมีการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยจะเฝ้าระวังบริเวณโค้งน้ำและจุดเสี่ยงต่างๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ วางแผนแจ้งเตือนประชาชนและเตรียมอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือให้ทันต่อสถานการณ์

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกำลังทหาร จะลงพื้นที่อำเภอศรีสัชนาลัย เพื่อประเมินสถานการณ์และความต้องการช่วยเหลือของประชาชนในเบื้องต้น พร้อมเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง