กรมอุทยานฯ ตรวจสอบคาเฟ่ เชียงใหม่“ลูกสิงโตกัดนักท่องเที่ยว” สั่งคุมเข้มความปลอดภัย ห้ามสัมผัสใกล้ชิดเด็ดขาด

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) เปิดเผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสื่อออนไลน์เผยแพร่ข่าว “นักท่องเที่ยวจีนถูกสิงโตกัดหน้าในคาเฟ่เชียงใหม่” โดยนายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที 16 เชียงใหม่ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. คณะเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบสถานประกอบกิจการคาเฟ่และการครอบครองสัตว์ป่าควบคุม ณ คาเฟ่ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 

หลังปรากฏข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ Facebook เพจ World Forum ข่าวสารต่างประเทศ ระบุว่ามีนักท่องเที่ยวชาวจีนแซ่เหลียงถูกสิงโตกัดบริเวณใบหน้าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบเอกสารทางราชการ พบว่า ลูกสิงโตกลุ่มดังกล่าวได้รับการเคลื่อนย้ายมาถูกต้องตามหนังสือสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) ที่ ทส 0912.6/7657 ลงวันที่ 26 สิงหาคม 2569 โดยผู้ครอบครอง ได้ยื่นขอเปลี่ยนแปลงสถานที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุมหรือซากสัตว์ป่าควบคุมเป็นการชั่วคราว จำนวน 4 ตัว ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดแสดงและถ่ายภาพ ณ สถานที่ดังกล่าว

จากการสอบถามผู้จัดการสถานประกอบการ ทราบว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 13.20 น. โดยมีนักท่องเที่ยวชาวจีน 4 คน เข้ามาใช้บริการถ่ายรูปกับลูกสิงโต ซึ่งทางร้านได้มีกระบวนการคัดกรองเบื้องต้น ทั้งการล้างมือฆ่าเชื้อ การอ่านข้อควรปฏิบัติและให้ผู้ดูแลอธิบายก่อนเข้าพื้นที่ 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเข้าชม นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เข้าไปสัมผัส อุ้ม และนำใบหน้าเข้าไปใกล้ชิดกับลูกสิงโต ทำให้สิงโตหันกลับมากัดเข้าที่บริเวณใบหน้า ส่งผลให้เกิดแผลรอยเขี้ยวจำนวน 2 จุด ทางร้านได้ดำเนินการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พร้อมทั้งนำตัวส่งโรงพยาบาลเซ็นทรัลเชียงใหม่ เมโมเรียล เพื่อทำแผล ฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักและพิษสุนัขบ้า พร้อมทั้งตกลงคืนเงินค่าแพ็กเกจทั้งหมด และจ่ายเงินชดเชยเพิ่มเติมให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท

ด้านนายพรนรินทร์ คุ้มทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า (ผอ.สอป.) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า คณะเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและข้อกำหนดที่สำคัญแก่ผู้ประกอบกิจการเพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุด ขอให้เพิ่มมาตรการกำกับดูแลและกำหนดแนวทางปฏิบัติในการเข้า-ออกพื้นที่จัดแสดงสัตว์ป่าควบคุมอย่างเคร่งครัด หากพบการปล่อยปละละเลยจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป กรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินหรือสัตว์ป่าควบคุมหลุดออกนอกสถานที่ครอบครอง ผู้ครอบครองมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 24 ชั่วโมง หรือแจ้งสายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 แต่ทางร้านมิได้แจ้งให้ทราบ เจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการกล่าวตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ห้ามมิให้นักท่องเที่ยวหรือบุคคลภายนอกอุ้มหรือสัมผัสสิงโตและลูกสิงโตโดยตรงโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและร่างกาย รวมถึงคำนึงถึงสวัสดิภาพของสัตว์ป่า

นายพรนรินทร์ กล่าวเพิ่มเติม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนสำคัญของผู้ประกอบกิจการที่ครอบครองสัตว์ป่าควบคุม แม้ทางร้านจะมีมาตรการเบื้องต้นแล้ว แต่การปล่อยให้มีการสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ป่าดุร้ายมีความเสี่ยงสูงมาก ทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จึงต้องยกระดับความเข้มงวด ออกคำสั่งห้ามมิให้สัมผัสหรืออุ้มสัตว์ป่าโดยตรงอย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งกำชับเรื่องการแจ้งเหตุฉุกเฉินต่อทางราชการภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกคน

ทั้งนี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) จะยังคงติดตามและตรวจสอบการดำเนินกิจการของสถานประกอบการในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบและข้อกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าอย่างเคร่งครัดต่อไป หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือมีความเสี่ยง สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วนพิทักษ์ป่า 1362 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง