“สุรศักดิ์” ตั้งเป้ายกระดับไทยสู่จุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ อาหาร-วัฒนธรรม-สุขภาพสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความสุขให้นักท่องเที่ยว

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงทิศทางและแผนปฏิบัติการด้านการตลาดประจำปี 2570 TATSD Strategic Direction 2027 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่ Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination ซึ่งจะเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการบริหารความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เดินทางท่องเที่ยวได้ตลอด 365 วัน ใน 3 ประเด็น ได้แก่

1. High Value Destination ยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ทรงคุณค่า ผ่านสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวในทุกมิติ

2. Data-driven Organization พัฒนาองค์กรให้เป็นหน่วยงานท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน

3. Sustainable Tourism สร้างความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย และยกระดับความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

พร้อมทั้งเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมเปลี่ยนผ่านไปด้วยกัน (Transform Together) ในฐานะ “ทีมประเทศไทย” ผลักดันการท่องเที่ยวสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างความสุขให้นักท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืน

โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จะยกระดับการท่องเที่ยวไทยจากการเติบโตด้วย “ปริมาณ”สู่การเติบโตด้วย “คุณค่า” ตั้งเป้าหมาย “The Winning Goal 2027” ผ่าน 3 ตัวชี้วัดหลัก ได้แก่ 1. รายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 จากปี 2569 2. สัดส่วนการกระจายนักท่องเที่ยวระหว่างเมืองหลักและเมืองรองที่ 60 ต่อ 40 และ 3. ดัชนีความภักดีของนักท่องเที่ยว (Loyalty) ติดอันดับ Top 3 ของเอเชียพร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Asia’s No.1 High-Value & Meaningful Destination ซึ่งจะขับเคลื่อนผ่าน 4 Strategic Moves หรือ “4 แม่ไม้”  ได้แก่ 

1. Rebalance Market Portfolio ปรับสมดุลโครงสร้างทั้งในมิติตลาด กลุ่มลูกค้า และพื้นที่ปลายทาง ลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง โดยแบ่งกลยุทธ์ตลาดออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ตลาดที่ต้องรักษาการเติบโต (Retain) ตลาดที่ต้องปรับเปลี่ยนสู่กลุ่มคุณภาพใหม่ (Reshape) และตลาดที่ต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่น (Recover) พร้อมทั้งขยายฐานสู่ตลาดใหม่ทั้งยุโรปตะวันออก ลาตินอเมริกา และเมืองต้นทางใหม่ในตลาดหลัก ควบคู่กับการจัดกลุ่มนักท่องเที่ยวใหม่ตามพฤติกรรมและแรงจูงใจ (Segmentation Portfolio) แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ Mainstream (กระแสหลัก) Experience (ประสบการณ์) High Value (มูลค่าสูง) และ Premium Traveler (กลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่มีกำลังซื้อมาก) พร้อมกระจายรายได้และโอกาสสู่ 19 พื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ผ่านโครงการ “The Link Plus” ตั้งเป้าเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในพื้นที่ดังกล่าวร้อยละ 10

2. Shape Experience Platformยกระดับจาก Value for Money สู่ Meaningful Destination โดยยกระดับ
แบรนด์ Amazing Thailand จากจุดหมายที่ “คุ้มค่าเงิน” สู่จุดหมายที่ “มีความหมาย” ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury พร้อมเปิดตัว “น้องสุขใจ” และ “น้องรักยิ้ม” คาแรกเตอร์ใหม่ที่จะถ่ายทอดเสน่ห์ไทยและสร้างความผูกพันกับนักท่องเที่ยว ผ่านแคมเปญ “365 ไทยเที่ยวไทย เที่ยวได้ทั้งปี” และ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย เติมเมืองไทย…ให้ใจได้ฮีล” ผ่านการออกแบบ Theme Experience ครอบคลุมอัตลักษณ์เฉพาะของแต่ละภูมิภาค เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ในการเดินทาง และต่อยอดเครือข่าย UNESCO Thailand Network และแหล่งท่องเที่ยวชุมชนกว่า 55 แห่ง รวมถึงเดินหน้าสร้างอัตลักษณ์เมืองผ่าน Signature Destination Branding นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อุบลราชธานี สงขลา ตราด และสมุทรสงคราม

3. Build New Growth Engine เปลี่ยนจุดแข็งของประเทศไทยเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ด้วยการสร้าง “เครื่องยนต์การเติบโตใหม่” 4 ด้าน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับ Life Economy (เศรษฐกิจชีวิตและสุขภาพ) ได้แก่ Theme Product Experience ที่นำเสนอ 9 กลุ่มประสบการณ์ และ Unseen Luxperience สำหรับกลุ่ม Premium Traveler Well-being Tourism ที่ยกระดับไทยสู่ Global Health & Healing Destination ผ่านจุดแข็งด้านการแพทย์ครบวงจร Wellness เชิงวิทยาศาสตร์ และภูมิปัญญาไทย Festival Economy จัดกิจกรรมระดับ World & International Events ควบคู่กับการต่อยอดความสำเร็จในการผลักดันเทศกาลอัตลักษณ์ไทย ในปี 2569 เช่น งานแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี งานไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาสจังหวัดสกลนคร สู่ประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวต้องห้ามพลาด (Must-Experience in Thailand) ระดับนานาชาติ และ Future Sustainability ที่ขยายพื้นที่ต้นแบบการท่องเที่ยวยั่งยืน สู่จังหวัดน่านและกลุ่ม Wellness Valley พร้อมส่งเสริมโรงแรม Low Carbon ภายใต้มาตรฐาน Carbon Footprint Hotels (CF Hotel) และกรอบการประเมิน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ( Sustainable Development Goals: SDG)

4. Transform Together ซึ่ง ททท. เน้นการดำเนินงาน 3 แนวทางหลัก คือ 1. ใช้ข้อมูลเชิงลึกนำทาง เชื่อมโยงและแบ่งปันข้อมูลผ่านระบบ Tourism Value Intelligence ร่วมกับเครือข่าย 45 สำนักงานในประเทศ 2 ศูนย์ประสานงาน และ 29 สำนักงานต่างประเทศ 2. ขยายขีดความสามารถและองค์ความรู้ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง และพัฒนา “สถาบันผู้นำด้านการท่องเที่ยว” ซึ่งจะเปิดเป็นทางการในปี 2571 และ 3. สนับสนุนนวัตกรรมจาก Start-up ที่ช่วยให้ทุกการเดินทางสะดวก ปลอดภัย เพื่อสร้างความประทับใจตลอดการเดินทาง 

ททท. มุ่งเปลี่ยน “สิ่งที่เรามี” ให้เป็น “สิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ” ซึ่งจะเป็น “คุณค่าที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน” เพื่อให้ตลาดการท่องเที่ยวของไทยเติบโตในตลาดท่องเที่ยวโลกอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยยึดหลักการทำงาน 4 ประการ คือ ความซื่อสัตย์เพื่อสร้างความเชื่อใจ ความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่น คุณภาพเพื่อสร้างความประทับใจ และประสบการณ์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากกลับมาอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย สู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระจายรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขับเคลื่อน “เชียงใหม่สู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพสูง” พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) รองรับตลาดการท่องเที่ยวของคนรักสุขภาพที่กำลังเป็นที่นิยม โดยล่าสุดได้นำจุดแข็งของเชียงใหม่ ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น อาหารพื้นบ้าน และอัตลักษณ์วิถีล้านนา มาผสานกับองค์ความรู้และบริการด้านสุขภาพ เพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและประเทศ พร้อมปักหมุด 2 เส้นทาง Wellness Tourism ที่มีศักยภาพ ได้แก่ “Wellness Hill” เส้นทางสุขภาพท่ามกลางธรรมชาติและภูเขา เชื่อมโยงพื้นที่ สะเมิง–หางดง และ “Wellness Hot-Spring” เส้นทางสุขภาพที่โดดเด่นด้านวารีบำบัดและน้ำพุร้อนธรรมชาติ เชื่อมโยงพื้นที่ แม่ออน–สันกำแพง

อีกทั้ง ยังขับเคลื่อนโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพสูง ภายใต้เส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ (Creative Tourism) “Coffee & Tea” ที่จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้กระบวนการผลิตกาแฟ ณ ศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนกาแฟสดแม่ตอนหลวง ภูมิปัญญาการทำและมัด “เมี่ยง” อาหารพื้นบ้านที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนล้านนามายาวนาน การเดินศึกษาธรรมชาติตามเส้นทาง ป่าเมี่ยงและกาแฟสู่ดอยลังกาน้อย พร้อมเรียนรู้เรื่องราวของลำน้ำแม่ตอน และผลิตภัณฑ์กาแฟที่เติบโตควบคู่กับทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชุมชนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะได้ “ลงมือทำ–เรียนรู้–สัมผัส–เข้าใจ” วิถีชีวิตและภูมิปัญญาของคนในพื้นที่ ซึ่งสามารถสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ตลอดจนสร้างเรื่องราว (Storytelling) ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์และความแตกต่างให้กับแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนี้ การเปิดเส้นทางบินตรง “ริยาด–กรุงเทพฯ” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมโยงด้านการเดินทาง (Air Connectivity) ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย เพิ่มทางเลือกและความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ตลอดจนสนับสนุนการขยายโอกาสด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างสองประเทศ โดยในระยะแรก Riyadh Air ให้บริการด้วยเครื่องบิน Boeing 787-9 Dreamliner สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน รองรับผู้โดยสาร 290 ที่นั่งต่อเที่ยวบิน และมีแผนเพิ่มความถี่เป็น 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ในเดือนตุลาคม 2569 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 3,840 ที่นั่งต่อเดือนสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นตลาดศักยภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนักท่องเที่ยวมีระยะพำนักเฉลี่ยประมาณ 10–12 วัน และมีการใช้จ่ายเฉลี่ยราว 110,000 บาทต่อคนต่อทริป ให้ความสนใจการท่องเที่ยวทางทะเลและชายหาด ธรรมชาติ อาหาร การชอปปิ้ง รวมถึง Medical & Wellness Tourism ทั้งนี้ การเพิ่ม Air Connectivity ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ Muslim-Friendly Tourism อาทิ อาหารฮาลาลและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิม จะช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่ม Family, Luxury, Wellness และ Medical ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดคุณภาพและมีศักยภาพในการสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคการท่องเที่ยวไทยในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง