พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาท เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569
ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ความว่า “เด็ก ๆ ทุกคนควรทำความเข้าใจให้ถูกต้องว่า วินัยไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ แต่คือความสามารถในการควบคุมตนเองให้ทำในสิ่งที่สมควรทำ อันจะนำมาซึ่งความสุขความเจริญอย่างแท้จริง การฝึกฝนตนเองให้เป็นผู้มีวินัยจึงมีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง ควรที่ทุกคนจะได้ฝึกหัดปฏิบัติจนเป็นปรกตินิสัย”
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่น พร้อมด้วยเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเด็กและเยาวชนจากทุกสังกัดทั่วประเทศ แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น 652 คน ที่ผ่านการคัดเลือกจาก 17 หน่วยงาน พิจารณาจากความประพฤติดี มีผลการเรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม และเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ 810 คน ที่มีผลงานโดดเด่น 5 ด้าน ได้แก่ วิชาการ ศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ทักษะวิชาชีพ กีฬาและนันทนาการ และศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม ได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งสิ้น 1,462 คน เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนทำความดี ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในอนาคต
นายกรัฐมนตรี กล่าวต้อนรับเด็กและเยาวชนทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล และแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของเด็กและเยาวชนทุกคนที่ได้รับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจ และระบุว่านับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้ซึมซับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการกำหนดเส้นทางชีวิตในอนาคต เชื่อมั่นว่า ในบรรดาเด็กและเยาวชนที่มาร่วมงาน จะมีผู้ที่เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศในสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง โดยขอให้การมาเยือนทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เล่าประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและเต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้ สามารถลองผิดลองถูกและนำบทเรียนมาพัฒนาตนเองได้ แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในบทบาทการทำงานเพื่อประเทศชาติ ที่ต้องมีความถูกต้องและรอบคอบ เพราะความผิดพลาดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายเหมือนในวัยเยาว์ นายกรัฐมนตรียังได้ฝากข้อคิดให้เด็กและเยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกิจกรรมในวันเด็กแห่งชาติ ที่เด็กและเยาวชนจะได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานที่ราชการและหน่วยงานต่างๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รวมถึงขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีความภาคภูมิใจในประเทศชาติ และเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป และฝากข้อคิดสำคัญ เชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือความกล้าหาญ ทั้งกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ เน้นการพัฒนาความสามารถอย่างรอบด้าน ทั้งวิชาการ กีฬา ศิลปะ และภาษา ต่างประเทศ การพัฒนาตนเองไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องทำเป็นทีม “ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย” พร้อมขอให้ทุกคนขยันตั้งใจรับช่วงต่อในการสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งและเจริญก้าวหน้า และย้ำถึงความสำคัญของกีฬาและการเคารพกติกา การเล่นกีฬาไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศหรือแชมป์ แต่เพื่อสร้างร่างกายที่แข็งแรง ฝึกความอดทน และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม รวมถึงการมีน้ำใจนักกีฬาและเคารพคู่แข่งขัน เพื่อให้สังคมมีความสุขและเกิดความสามัคคี
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนเด็กและเยาวชน เยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาลในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ที่จะจัดในวันที่ 10 มกราคม 2569 เพื่อเรียนรู้การทำงานของนายกรัฐมนตรี สถานที่ประวัติศาสตร์ และรับแรงบันดาลใจให้มีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันในการรับใช้ประเทศชาติในอนาคต โดยคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” โดยฝากข้อคิดให้เด็กและเยาวชนทุกคนรักชาติไทยเช่นที่ทุกคนมีอยู่แล้ว พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้โลกน่าอยู่ ลดฝุ่น มลพิษ และใช้พลังงานจากธรรมชาติแทนคาร์บอนไดออกไซด์ และยังย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมนานาประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าเยาวชนทุกคนสามารถสร้างอนาคตให้ประเทศยืนอยู่ในเวทีโลกด้วยความเกรงขามและมีบทบาทสำคัญ
สำหรับการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล จะเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีโอกาสนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กิจกรรมจาก 58 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ สวมบทบาทโฆษกน้อย ณ ศูนย์แถลงข่าวนารีสโมสร การจัดแสดงรถพิพิธภัณฑ์สัญจร รถโรงหนังเฉลิมทัศน์ของกระทรวงวัฒนธรรม การเล่นเกมผ่านแว่น VR ทำกิจกรรม เก็บคะแนนเพื่อรับรางวัล จากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดกิจกรรมวิศวกรตัวน้อย และจัดแสดงเกี่ยวกับรถแข่งฟอร์มูล่าวัน (F1) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์วิศวกรรมและเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมหาชน) (GISTDA) กับกิจกรรมระบบจัดการจราจรของอากาศยานไร้คนขับ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (1669) นำรถพยาบาล รถฉุกเฉินมาแสดงและให้ความรู้ในด้านการกู้ชีพและรักษาพยาบาล กองบัญชาการตำรวจสันติบาล จัดกิจกรรมถ่ายภาพร่วมกับรถจักรยานยนต์นำขบวน กิจกรรมชุดปฏิบัติการพิเศษ Black Tiger และยิงปืน BB Gun เป็นต้น
โดยกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ร่วมจัดงานวันเด็กแห่งชาติในปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กและเยาวชนของไทย พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ใหญ่ทุกคนว่า วันเด็กเป็นโอกาสเตือนใจให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลเด็ก ไม่ใช่เพียงเด็กในความปกครองเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงเด็กทุกคนในสังคมไทย เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต
ขณะที่ ศ.ดร.นฤมล กล่าวให้โอวาทแก่เด็กๆ ว่า ทุกคนได้คำนึงถึงหน้าที่พลเมืองที่สำคัญของตัวเอง ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะเราต้องเติบโตมาเป็นผู้ที่จะสร้างอนาคตให้กับประเทศไทย พร้อมกับมีความเท่าทันสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคปัจจุบัน เช่น สื่อ เทคโนโลยี ที่เข้ามาอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของเราในทุกๆ วัน ขอให้ใช้อย่างมีสติ ใช้เพื่อเรียนรู้นอกห้องเรียน โดยให้วิเคราะห์คัดกรองข้อมูลบนสื่อเหล่านี้ด้วย จึงจะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ส่วนเรื่องใดที่ส่งผลกระทบจิตใจ ขอให้คุยปรึกษากับครอบครัว พ่อแม่ผู้ปกครอง พี่น้อง ตลอดจนครูและเพื่อน ก่อนที่จะเชื่อ ChatGPT ทั้งหมด เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รณรงค์ถึงการสร้างความตระหนักรู้เรื่อง AI ในการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเท่าทันด้วย
สำหรับการมอบรางวัลครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 ขอชื่นชมทุกคน ณ ที่แห่งนี้ และ ณ หอประชุมคุรุสภา ทุกคนเปรียบเสมือน “cream of the crop” เป็นสุดยอดที่ผ่านการคัดกรองมาแล้วว่า เป็นเด็กที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น ด้านวิชาการ ด้านดนตรี ศิลปะ ด้านกีฬา หรือด้านศิลปวัฒนธรรม ขอให้ภูมิใจที่มารับรางวัลและพบปะกับนายกรัฐมนตรี และเราต้องไม่ลืมผู้ที่มีส่วนช่วยส่งเสริมให้เราประสบความสำเร็จด้วย ไม่ว่าจะเป็น พ่อแม่ คุณครู เพื่อนร่วมทีม เป็นต้น ขอแสดงความยินดีและขอให้เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย สร้างอนาคตให้กับประเทศไทยได้ด้วยมือของเรา และขอเชิญชวนเด็ก ๆ เข้าร่วมกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ทั้งนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล และร่วมกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ พร้อมของรางวัลกว่า 100,000 ชิ้น นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังได้จัดพิธีมอบเกียรติบัตรให้แก่เด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 2,833 คน
โดยรับมอบจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ณ หอประชุมคุรุสภา เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำความดีอย่างต่อเนื่อง เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม และตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเองในฐานะกำลังหลักของประเทศ
ในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปี พ.ศ. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ส่งสารถึงเด็กไทยทุกคน ความว่า ผู้ใหญ่ทุกคนมักจะจดจำได้ว่าใน “วันเด็ก” ของทุกปี เรามีประสบการณ์อะไรมาบ้าง และเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ พวกเราก็มักจะมีความคิดคล้าย ๆ กัน คือ ตั้งใจจะทำให้ทุกวันเป็นวันที่ดีสำหรับเด็ก และถือเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ทุกคนที่ต้องพยายามทำให้เด็กทุกคนมีวัยเด็กที่สมบูรณ์ด้วยการดูแล ปกป้อง และสร้างโอกาสในการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย
ในวันเด็กของทุกปี นายกรัฐมนตรีจะมีหน้าที่มอบคำขวัญเป็นเครื่องเตือนใจให้กับเด็กๆ สำหรับคำขวัญ
วันเด็กแห่งชาติที่ตนได้มอบให้แก่เด็กและเยาวชนไทยทุกคนในปีนี้ คือ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” โดยมีความหมายให้เด็ก ๆ ทุกคนได้ตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ทั้งสังคมไทยและสังคมโลก ที่จะต้องมีความรัก ความใส่ใจในการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์และแก้ปัญหาต่างๆ ที่เราจะต้องเผชิญร่วมกันในฐานะพลเมืองโลกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี หรือปัญหาความขัดแย้งอันเกิดจากความไม่เข้าใจกันในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม
เนื่องในโอกาส “วันเด็กแห่งชาติ” ประจำปีพุทธศักราช 2569 ขอส่งความรัก ความปรารถนาดีและความห่วงใยไปยังเด็กและเยาวชนไทยทุกคน พร้อมทั้งขอเป็นกำลังใจ ในการมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความพยายาม แสวงหาความรู้ ทำสิ่งที่ดีอยู่เสมอ รวมทั้งขอเป็นกำลังใจให้ผู้ใหญ่ทุกคนในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กๆ ของเราอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้เด็กไทยพร้อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคม เป็นพลเมืองที่ดีของชาติและของโลกต่อไป








