รัฐบาลสั่งการฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจเข้มพื้นที่ชายแดน ป้องกันแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมาย ย้ำนายจ้างและลูกจ้างต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

รัฐบาลเดินหน้าคุมเข้มการลักลอบเข้าเมืองและการทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานด้านแรงงานในพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากลักลอบเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย รัฐบาลได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงบูรณาการความร่วมมือร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดในพื้นที่ติดแนวชายแดน เฝ้าระวัง ตรวจสอบ ป้องกัน และสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาทำงานโดยผิดกฎหมาย

พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวและสถานประกอบการในพื้นที่อย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งในส่วนของแรงงานและนายจ้าง จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง พร้อมห้ามยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ

ขณะที่นายจ้างหรือสถานประกอบการที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่กฎหมายกำหนด มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาท ต่อแรงงานต่างด้าวหนึ่งคน และถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นระยะเวลา 3 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือสถานประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองสิทธิแรงงานไทย และสร้างระบบการจ้างงานที่มีมาตรฐาน หากประชาชนพบเห็นการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง