นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อที่ประชุมก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีว่าจากที่ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้สั่งการให้หน่วยงานไปพิจารณาดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ กรณีเกิดเหตุเครนถล่มทั้งที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา และบริเวณถนนพระราม 2 รวมถึงกรณีที่มีถนนทรุดในบริเวณใกล้เคียง
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนั้น
นายกรัฐมนตรีได้ติดตามความก้าวหน้าใน 2 ประเด็น ได้แก่
1. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ กระทรวงคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเกี่ยวกับการเยียวยาผู้เสียชีวิต และการดูแลค่ารักษาพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
2. นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการยกเลิกสัญญาบริษัทที่รับผิดชอบการก่อสร้าง รวมทั้งดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุเพื่อให้มีผู้รับผิดชอบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งนี้ ในการยกเลิกสัญญาต้องดำเนินการด้วยความรัดกุม ระมัดระวัง แต่ต้องรวดเร็วด้วย ไม่ใช่รอตรวจสอบอีกหลายเดือนในขณะที่ระหว่างนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันขึ้นอีก
สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาในเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยานในการมอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ครอบครัวผู้เสียชีวิต จำนวน 18 ครอบครัว ผู้แทนประกันภัย ภาคเอกชน เข้าร่วม โดยผู้แทนครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว รับมอบเงินเยียวยา ดังนี้
1. ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพื่อการเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิต จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัทกรุงเทพประกันภัย บริษัททิพยประกันภัย บริษัทอินทรประกันภัย และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มอบให้ผู้เสียชีวิตรายละ 1 ล้านบาท
2. เงินช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต จากการรถไฟแห่งประเทศไทย พระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ กองทุนยุติธรรม และเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉิน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัว และญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างรางรถไฟความเร็วสูงถล่มทับรถไฟ ซึ่งเป็นโศกนาฏกรรมที่สร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และสร้างความสะเทือนใจแก่ประชาชนทั้งประเทศ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่อาจประเมินค่าได้ การมอบเงินเยียวยาแก่ญาติผู้เสียชีวิตครั้งนี้ เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเร่งรัดการช่วยเหลือ ดูแล และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบให้เป็นไปโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสียก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ การมอบเงินเยียวยาครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือจากกรมธรรม์ประกันภัย รวมถึงภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งรัฐบาลได้เร่งประสานและอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือครอบครัวผู้สูญเสียโดยเร็ว โดยรัฐบาลจะติดตามการเยียวยาในระยะต่อไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โปร่งใส และเป็นธรรม โดยจะไม่มีการละเว้นหรือยกเว้นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น หากพบการกระทำที่เข้าข่ายประมาทเลินเล่อหรือฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้จะเร่งทบทวน ปรับปรุง และยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยในการก่อสร้างอย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านกฎหมาย มาตรฐานวิชาชีพ การกำกับดูแลหน้างาน และบทลงโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยจะกำหนดให้ความปลอดภัยของแรงงานและประชาชนเป็นวาระสำคัญของประเทศอย่างแท้จริง จึงขอส่งความห่วงใย และกำลังใจไปยังผู้ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตและครอบครัวทุกคน ขอให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง รัฐบาลจะไม่ทอดทิ้งประชาชน พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกมิติ เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น ความปลอดภัย และความเป็นธรรมให้กลับคืนสู่สังคมโดยเร็วที่สุด
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ต้องเร่งสร้างความมั่นใจต่อการเดินทางให้ประชาชน เนื่องจากปัจจุบันประชาชนที่ต้องการเดินทางสู่ภาคใต้ของไทย เลือกสัญจรบนถนนเพชรเกษม จนส่งผลให้การจราจรติดขัดส่วนกรณีเกิดเหตุไฟลุกไหม้ จากการตัดเหล็กมีสะเก็ดไฟ ไปโดนคราบน้ำมันบนพื้น บริเวณจุดที่เครนถล่มบนถนนพระราม 2 นั้น มองว่าไม่ได้เป็นการทำลายหลักฐาน แต่ต้องมีการวางแผนงานควบคุมงาน และใส่ใจ ตามระดับความเสี่ยงของงาน และส่วนที่สำคัญมาก คือส่วนที่ไปเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ฉะนั้นต้องให้ความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงคมนาคมที่รับผิดชอบโครงการหาวิธีบอกเลิกสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) รวม 2 โครงการ ได้แก่ โครงการที่เกิดเหตุเครนถล่มทับรถไฟที่สีคิ้ว และโครงการที่ถนนพระราม 2 ซึ่งต้องดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมทั้งใช้มาตรการทางปกครอง สั่งให้หยุดการก่อสร้างทันทีในโครงการที่เกี่ยวข้องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน อีกทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจต่อนักลงทุน นักท่องเที่ยวและประชาชนในประเทศ เพื่อไม่ให้รับงานภาครัฐในอนาคต หากพบการกระทำที่เข้าข่ายทิ้งงานหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขสัญญาอย่างร้ายแรง ทั้งนี้เห็นว่าควรปรับปรุงกฎหมายและมาตรฐานและระเบียบการควบคุมที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาที่ขาดความรับผิดชอบจนทำให้เกิดความสูญเสีย
ขณะที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า กรณีทายาทรายใดที่ยังไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ครบถ้วนเพื่อขอรับเงินเยียวยา เพื่อความโปร่งใสและคุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทประกันภัยจะนำเงินไปไว้ที่ศาล เพื่อรอให้ทายาทตามกฎหมายมาดำเนินการรับเงินตามขั้นตอนต่อไป พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทางบรรจุประกันการเดินทางรวมในค่าตั๋วรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบสิทธิ์การเยียวยาที่ชัดเจนทันทีหากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ
ด้านนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ระบุว่า การเยียวยาผู้เสียชีวิตเหตุการณ์เครนถล่มทับรถไฟ จ.นครราชสีมา จะได้รับเงินเยียวยารายละ 1,773,000 บาท จากเงินสงเคราะห์พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 20,000 บาท กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท เงินช่วยเหลือจากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ การจัดการศพ 10,000 บาท เงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมจังหวัด 200,000 บาท เงินช่วยเหลือจากผู้ประสบปัญหาทางสังคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3,000 บาท กองทุนการช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี 50,000 บาท บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมา 150,000 บาท การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท








