องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภาที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลง เฉพาะตัว หรือไม่ เนื่องจากผู้ถูกร้องทั้งสองขณะดำรงตำแหน่งได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จนถือได้ว่าผู้ถูกร้องทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรม เป็นการฝ่าฝืน ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้งสองสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
ทั้งนี้คู่กรณีเดินทางมาศาลโดยนายภูมิธรรม และพ.ต.อ.ทวี มอบอำนาจให้ผู้แทนมาร่วมรับฟัง ส่วน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยของศาลฯ ด้วยตัวเอง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ชู 2 นิ้วให้กับผู้สื่อข่าวพร้อมพยักหน้ารับว่ามาคนเดียว แต่ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยโดยเห็นว่าจากข้อเท็จจริงการพิจารณาเอกสารหลักฐานทั้งสองฝ่ายรวมถึงการไต่สวนและการแถลงปิดสำนวนคดีแล้วไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 160 (4) และไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระองค์กรตามรัฐธรรมนูญฯ ไม่มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) (5) อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) แต่อย่างไรก็ดีความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงก่อนแล้ว ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170 (กรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีจากคำร้องการสนทนากับฮุนเซน)
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ การอ่านคำวินิจฉัย ศาล เห็นว่าการกระทำของนายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี ไม่ได้ข่มขู่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ในการแทรกแซงการสอบสวนคดีการเลือก สว. ในชั้นสำนักงาน กกต. และในชั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือใช้อำนาจสั่งการคณะกรรมการคดีพิเศษให้รับไว้เป็นคดีพิเศษ รวมถึงในการให้สัมภาษณ์ก็ไม่มีลักษณะเป็นการข่มขู่ สว.แต่อย่างใด








