แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีมีเหตุหนูเข้ามากินเนื้อสดบนเขียง ในตลาดสมุทรปราการ ถือเป็นปัญหาด้านสุขาภิบาลอาหารที่ไม่ควรมองข้าม เพราะหนูและแมลงเป็นพาหะสำคัญนำเชื้อโรคหลายชนิด ทั้งจากตัวหนูเอง รวมถึงปัสสาวะและอุจจาระของหนู ซึ่งอาจปนเปื้อนในอาหาร ก่อให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร อาหารเป็นพิษ จากเชื้อซาลโมเนลลา ทำให้ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน รวมทั้งโรคฉี่หนู ที่หากรุนแรงอาจกระทบต่อตับและไต และโรคอื่นๆ เช่น ไข้รากสาดน้อย ไข้หนูกัด และกาฬโรค โดยกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ นอกจากนี้ ผู้ค้าเองที่สัมผัสอาหารหรืออุปกรณ์ที่ปนเปื้อนก็เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยเช่นกัน
ด้านนายแพทย์อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี กล่าวว่า ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบกิจการร้านตลาดให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเทศบาลนครสมุทรปราการ พบว่า ตลาดดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้องและมีการตรวจมาตรฐานเป็นประจำ ทำความสะอาดตลาดสม่ำเสมอ และว่าจ้างบริษัทกำจัดหนู ทางเทศบาลได้ขอให้ผู้ประกอบการตลาดเพิ่มความเข้มงวดและความถี่ในการทำความสะอาด การกำจัดหนู การควบคุมสัตว์พาหะ ทำความสะอาดแผงค้าและเขียงด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค จัดการขยะและเศษอาหารไม่ให้ตกค้าง รวมถึงลอกท่อระบายน้ำ เพื่อตัดวงจรแหล่งเพาะพันธุ์ ป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบกิจการตลาด พ่อค้าแม่ค้า ดูแลความสะอาดแผงจำหน่ายอาหารอย่างเคร่งครัด ด้วยน้ำยาทำความสะอาดและน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างสม่ำเสมอ จัดเก็บอาหารและวัตถุดิบให้สูงจากพื้น เป็นระเบียบและปิดมิดชิด ไม่ปล่อยเศษขยะตกค้าง ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่นหรือบริษัทผู้เชี่ยวชาญและขอให้ตลาดทั่วประเทศยกระดับมาตรฐานสู่ SAN และ SAN Plus ครอบคลุมตั้งแต่ผู้สัมผัสอาหาร โครงสร้างอาคาร การจัดการขยะ ไปจนถึงการจัดการสัตว์พาหะและแมลงนำโรค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้บริโภค








