นายแพทย์เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” (Nipah virus) ที่กำลังแพร่ระบาดในรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดบริเวณด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ
ทั้งนี้ “ไวรัสนิปาห์” ไม่ใช่โรคใหม่ โดยพบครั้งแรกเมื่อประมาณ 27-28 ปีก่อนที่ประเทศมาเลเซีย เป็นโรคที่ติดต่อจาก “สัตว์สู่คน” โดยมีพาหะหลัก คือ “ค้างคาว” ความรุนแรง มีอัตราการป่วยตายสูงถึงร้อยละ 40 – 70 สูงกว่าโควิด-19 หลายเท่า มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อย เจ็บคอ แต่อาจมีอาการรุนแรงทางระบบประสาท เช่น สมองอักเสบเฉียบพลัน เดินโซเซ ง่วงซึม หรือปอดอักเสบจนหายใจล้มเหลว
สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสและยังไม่มีวัคซีนป้องกัน กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้วางมาตรการป้องกันเข้มงวด คัดกรองผู้เดินทางมาจากรัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และดอนเมือง อย่างใกล้ชิด แจกบัตรเตือนสุขภาพ (Health Beware Card) ให้ผู้เดินทาง หากมีอาการป่วยภายใน 21 วันหลังเดินทางกลับ ต้องรีบพบแพทย์ทันที จัดเตรียมห้องแยกโรคและระบบส่งต่อหากพบผู้สงสัยติดเชื้อ
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ยังได้ให้คำแนะนำสำหรับคนไทยที่จำเป็นต้องเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาว หมู และสัตว์ป่าทุกชนิด เนื่องจากไวรัสนิปาห์ ไม่แพร่กระจายทางอากาศ (Airborne) ได้ง่ายเหมือนโควิด แต่การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง เช่น น้ำลาย เลือด หรือปัสสาวะของสัตว์ที่ติดเชื้อ การป้องกันตัวให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สามารถทำลายเชื้อไวรัสได้ หากมีไข้ ปวดหัว หรืออาการผิดปกติ ให้ติดต่อสายด่วนกรมควบคุมโรค 1420 ทันที








