พลตำรวจตรี ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. เปิดเผยว่า จากการตรวจค้น 8 จุด ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ระยอง พะเยา และจังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ที่ใช้เพจเฟซบุ๊ก หลอกขายสินค้า แต่กลับไม่มีการจัดส่งสินค้าจริง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย จากที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 13 ราย ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา ทำหน้าที่แตกต่างกัน ทั้งรับจ้างเปิดบัญชีม้า จัดหาบัญชีม้า กดถอนเงินสด กลุ่มฟอกเงินและประสานงานคนร้ายฝั่งประเทศเมียนมา พร้อมยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ 26 รายการ, คอมพิวเตอร์ 2 รายการ สมุดบัญชีธนาคารและบัตรอิเล็กทรอนิกส์ธนาคารต่างๆ จำนวน 24 รายการ และทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ
เบื้องต้นพบว่า ในปี 2568 มีการกดถอนเงินสดมากกว่า 300 ล้านบาท ข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมา นอกจากนี้ ยังพบความเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงออนไลน์อีกกว่า 40 คดี มูลค่าความเสียหายที่แจ้งรวมกว่า 5 ล้านบาท โดยมีลักษณะการหลอกลวงหลายรูปแบบ เช่น หลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกจองที่พักและหลอกให้ทำงานหารายได้พิเศษ
สำหรับคดีนี้ ตำรวจประสานงานร่วมกับธนาคารต่างๆ ยกระดับการปราบปรามด้วยระบบมอนิเตอร์แบบ Real time ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ตรวจจับและระงับบัญชีม้าได้ทันที ส่งผลให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โอนเงินออกหรือถอนเงินได้ยากขึ้น จนขาดความคล่องตัว กดดันให้มิจฉาชีพ ต้องเปลี่ยนแผนย้ายฐานปฏิบัติการจากประเทศเมียนมาเข้ามาในประเทศไทย เพื่อพยายามกู้คืนความรวดเร็วในการยักย้ายถ่ายเทเงินที่ได้จากการหลอกลวง นำไปสู่การจับกุมได้ในครั้งนี้








