“ไชยชนก” ยกระดับการพยากรณ์อากาศ การเตือนภัยพิบัติ นำร่องใช้แพลตฟอร์มดาวเทียม Tomorrow.io ให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงความคืบหน้าการดำเนินโครงการนำร่องการยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติด้วยดาวเทียม Tomorrow.io ซึ่งคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้ กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ร่วมมือกับบริษัท Tomorrow.io (TMR) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการพยากรณ์อากาศและการจัดการภัยพิบัติของประเทศ ภายใต้รูปแบบโครงการนำร่อง (Proof of Concept – POC) เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

นายไชยชนก เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายเตรียมความพร้อมในการยกระดับการรับมือภัยพิบัติ โดยการพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศและการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศ เพิ่มความแม่นยำในการคาดการณ์ด้านสภาพอากาศ และภัยพิบัติล่วงหน้า เสริมประสิทธิภาพการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ และลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ท่ามกลางสถานการณ์สภาพอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้น

กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้เตรียมยกระดับระบบการพยากรณ์อากาศ และการเตือนภัยพิบัติ จากการนำร่องใช้งานแพลตฟอร์มดาวเทียม Tomorrow.io ควบคู่กับระบบการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยร่วมบูรณาการข้อมูลด้านการพยากรณ์อากาศ จัดทำแผนพัฒนาระบบพยากรณ์อากาศ และแผนปฏิบัติงาน พร้อมแผนสรุปการนำข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ไปใช้ในหน่วยงานอื่น ๆ ของประเทศ ซึ่งมีการติดตามแผนการปฏิบัติการเป็นรายสัปดาห์ ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของโครงการนำร่องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในรูปแบบ Hackathon (ระดมสมองและสร้างสรรค์อย่างรวดเร็ว)ร่วมกับหน่วยงานด้านการเฝ้าระวังและป้องกันภัยพิบัติ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานข้อมูล Tomorrow.io ในพื้นที่ปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา ทรัพยากรน้ำ และข้อมูลภูมิสารสนเทศร่วมกันอย่างเป็นระบบ เตรียมความพร้อมติดตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การให้ความช่วยเหลือประชาชน เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

ปัจจุบัน Tomorrow.io มีการใช้งานดาวเทียมทั้งหมด 13 ดวง เพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม 11 ดวง เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ศักยภาพด้านการสนับสนุนข้อมูลเพิ่มขึ้น โดยใช้เวลาในการประมวลผลน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ช่วยให้มีข้อมูลที่เป็นเรียลไทม์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งความแม่นยำของการพยากรณ์ที่เจาะจงเฉพาะพื้นที่ในระดับตำบล ซึ่งได้ทดสอบนำร่องในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่เกิดภัยพิบัติจากช่วงที่ผ่านมา และพบว่ามีระดับประสิทธิภาพการพยากรณ์อากาศที่เพิ่มสูงขึ้น และแม่นยำมากขึ้น

ขณะที่ระยะต่อไปตนเองจะลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา ในวันที่ 9 – 10 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อร่วมทดสอบและวิเคราะห์ข้อมูลที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ก่อนที่จะขยายผลการนำเสนอข้อมูลเพื่อเข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยเบื้องต้นได้หารือร่วมกับ Line เพื่อสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เฉพาะในพื้นที่ของตนเองได้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถตัดสินใจ และประเมินความเสี่ยงส่วนตัวได้ด้วยตัวเองในทันที รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเชิงการประกอบอาชีพ เช่น การเกษตร การคมนาคม และเชิงเศรษฐกิจอื่นๆ ได้

โครงการนำร่อง การใช้ดาวเทียม Tomorrow.io เพื่อจัดทำแผนการรับมือภัยพิบัติ มีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นศูนย์กลางข้อมูล เพื่อแบ่งปันให้กับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงการเปิดให้ประชาชนได้นำข้อมูลไปใช้เพื่อการพยากรณ์อากาศด้วยตนเอง จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งในด้านการรับมือกับภัยพิบัติ การเดินทาง คมนาคม การเกษตร การเพาะปลูก โดยจะมีการจัดทำแผนการใช้งานข้อมูลเพื่อรองรับการใช้งานต่อไป

ด้านนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของโครงการนำร่องดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2568 – กุมภาพันธ์ 2569 โดยมุ่งเน้นการประเมินศักยภาพของแบบจำลองการพยากรณ์อากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI ซึ่งสามารถผสานข้อมูลจากดาวเทียม เรดาร์ และข้อมูลสังเกตการณ์ของประเทศไทย

ขณะที่ในปัจจุบันได้มีการอบรมและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ใช้งาน บุคลากรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลพยากรณ์อากาศ และระบบแจ้งเตือนภัยไปใช้ได้อย่างถูกต้องและเกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสภาพอากาศที่มีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแจ้งเตือน ฝนตกหนักและน้ำท่วมล่วงหน้าในพื้นที่เสี่ยง ส่งผลให้มีเวลาในการเตรียมตัวอพยพ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการดำเนินชีวิต การประกอบอาชีพ และการวางแผนรับมือภัยพิบัติได้อย่างเหมาะสม ซึ่งจะยกระดับระบบพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยของประเทศไทย ให้มีมาตรฐานระดับนานาชาติ เสริมสร้างความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน ทั้งนี้โครงการนำร่องดังกล่าว Tomorrow.io จะให้บริการแพลตฟอร์มและข้อมูลที่ได้จากดาวเทียมจำนวน 13 ดวง โดยแบ่งเป็นดาวเทียม Microwave Sounder และดาวเทียม Radar โดยการสแกนชั้นบรรยากาศโลก เพื่อเก็บข้อมูลสภาพอากาศด้วย Microwave Sounder ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะ Tomorrow.io เพียงแห่งเดียวในโลก ณ ปัจจุบัน ถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในการตรวจวัดสภาพอากาศแบบ 3 มิติ ที่มีความแม่นยำ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และถือเป็นมาตรฐานสูงสุดของการพยากรณ์อากาศ ซึ่งจะยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ ช่วยให้หน่วยงานสามารถตัดสินใจในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที

ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม สร้างเป็นเปอร์เซ็นต์ของความมั่นใจ ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ที่สามารถระบุออกมาได้ชัดเจน และแม่นยำ โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาใช้เผยแพร่สู่ประชาชน เพื่อการรับรู้ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือ ช่วยลดผลกระทบความเสียหาย และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน อีกทั้ง การนำร่องใช้งานแพลตฟอร์ม Tomorrow.io ถือเป็นการนำระบบการพยากรณ์สภาพอากาศอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ เข้ามาใช้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติในประเทศไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพการเตรียมรับมือภัยพิบัติของประเทศ ให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง