นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งถือเป็นกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศให้เกิดเสถียรภาพทั้งในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ได้อนุมัติการดำเนินงานโครงการจัดส่งนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ระยะที่ 11 (พ.ศ. 2567 – 2571) กระทรวงมหาดไทยจึงได้ดำเนินโครงการจัดส่งนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2569 เพื่อมุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ มีผลการเรียนดีมีความประพฤติเรียบร้อย แต่ยังขาดแคลนทุนทรัพย์ ได้มีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา โดยกระทรวงมหาดไทยจะสนับสนุนทุนอุดหนุนการศึกษาเป็นรายปีตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหลักสูตร เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพกลับมาพัฒนาท้องถิ่นให้เกิดความยั่งยืน
กระทรวงมหาดไทย จึงขอเชิญชวนเด็กและเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มุ่งมั่นจะสร้างอนาคตที่ดีให้กับตนเองและครอบครัว สามารถศึกษารายละเอียดโดยดาวน์โหลดและพิมพ์ใบสมัครจากทางเว็บไซต์ ส่วนประสานราชการ สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย https://url.in.th/jkdTH หัวข้อ ทุนนักศึกษา โดยผู้มีคุณสมบัติสามารถนำเอกสารหลักฐานตามประกาศรับสมัคร เดินทางไปยื่นเอกสารการสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 16 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอที่ผู้สมัครหรือบิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านและมีภูมิลำเนาอยู่จริง ในวันและเวลาราชการ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าการให้การศึกษาคือ การวางรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สุด โครงการจัดส่งนักศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือน “สะพานแห่งโอกาส” ที่จะเสริมสร้างพลังทางปัญญา ให้เยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำความรู้ความเชี่ยวชาญกลับมาโอบอุ้มและพัฒนาบ้านเกิดอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป
นอกจากนี้ยังมีการดำเนินโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ซึ่งเป็นโครงการที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 โดย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ มุ่งหมายให้เยาวชนมุสลิมจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เรียนรู้ใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ที่นับถือศาสนาอิสลามในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพื้นที่เป้าหมาย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวอุปถัมภ์และชุมชนสังคมพหุวัฒนธรรม ทำให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ตรง และมีความเข้าใจบริบทของสังคมประเทศไทยมากยิ่งขึ้น จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างครอบครัวอุปถัมภ์กับครอบครัวเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นการปลูกฝังแนวคิดการตอบแทนคุณแผ่นดิน อันจะช่วยเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิต ความเป็นผู้นำ การอยู่ร่วมกันท่ามกลางความหลากหลายทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจระหว่างประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ เป็นระยะเวลาประมาณ 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรองประธานกรรมการบริหารมูลนิธิ“สานใจไทย สู่ใจใต้” เปิดเผยว่า มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้ประกาศรับสมัครเด็กและเยาวชนอายุตั้งแต่ 15 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน 19 ปีบริบูรณ์ที่มีภูมิลำเนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา (จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย) เข้าร่วมโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 โดยผู้สนใจ สามารถยื่นใบสมัครได้ ณ ที่ว่าการอำเภอตามภูมิลำเนา ระหว่างวันที่ 20 – 23 กุมภาพันธ์ 2569 ในเวลาราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับมูลนิธิสานใจไทย สู่ใจใต้ พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนในการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติ และร่วมกันสานใจไทยให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยพหุวัฒนธรรม โดยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ https://drive.google.com/drive/folders/ 1CWgvzy9 QoQ1v7lYBXrFJKxnfqvLMlG0m สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook page: มูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้”
ขณะที่จังหวัดยะลาส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาของเด็กไทยควบคู่การพัฒนาอาชีพในพื้นที่ โดยนายสมพงศ์ พละไชย ศึกษาธิการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 – 1 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดยะลา ดำเนินโครงการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพระยะสั้นสำหรับเด็กและเยาวชน ภายใต้โครงการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Yala Zero Dropout) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้กับเด็กและเยาวชนนอกระบบจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ (สกร.) รวม 100 คน ที่เน้นปฏิบัติจริงและต้องสามารถสร้างรายได้ได้ทันทีจำนวน 4 หลักสูตร คือ หลักสูตรการทำคลิปวีดีโอสร้างรายได้ (Content Creator) หลักสูตรโรตีและชาชัก หลักสูตรเค้กและคุกกี้ และหลักสูตรผ้าพิมพ์ลายจากใบไม้ รวมเวลาอบรมหลักสูตรละ 12 ชั่วโมง พร้อมวางแผนขยายโอกาสสู่พื้นที่ห่างไกลและเชื่อมต่อทุนการศึกษาเต็มรูปแบบ ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
การขับเคลื่อนการศึกษาเพื่อความเสมอภาคในจังหวัดยะลา เกิดจากการผนึกกำลังของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อนำเยาวชนนอกระบบการศึกษาที่มีอยู่กว่า 12,400 คน ซึ่งจากการสำรวจข้อมูลแล้ว มีเยาวชนจำนวนหนึ่งที่ประสงค์จะรับความรู้ทางอาชีพ เพื่อต่อยอดทักษะที่จำเป็นสำหรับการสร้างรายได้ จึงดำเนินโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างพื้นที่สู่การเรียนรู้ที่สร้างความสุขและตอบโจทย์ชีวิตจริง โดยยึดหลัก “เรียนรู้ คู่การมีงานทำ” สำหรับการอบรมครั้งนี้ มุ่งเน้นหลักสูตรฝึกอาชีพระยะสั้นที่เน้นปฏิบัติจริงและต้องสามารถสร้างรายได้ได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร งานฝีมือ ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์สื่อ โดยเปิดกว้างไม่จำกัดวุฒิการศึกษา เพื่อให้เยาวชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และส่งต่อแรงบันดาลใจแห่งความสำเร็จสู่รุ่นน้องต่อไป นอกจากนี้ยังมีแผนขยายฐานการอบรมไปยังพื้นที่ห่างไกล เช่น อำเภอเบตง และอำเภอธารโต เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของเยาวชน
ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายวิทยาลัยอาชีวศึกษายะลา พร้อมสนับสนุนโอกาสในการศึกษาต่อระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ผ่าน “ทุนนวัตกรรมสายอาชีพชั้นสูง” จากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ซึ่งมอบทั้งค่าเทอมและค่าใช้จ่ายรายเดือน เพื่อให้เยาวชนกลุ่มเปราะบางได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพสูงสุดโดยไม่มีอุปสรรคด้านทุนทรัพย์เปรียบดัง “ตาข่ายรองรับทางสังคม” (Social Safety Net) ผ่านการศึกษาและอาชีพ เพื่อให้เด็กและเยาวชนทุกคนก้าวเดินต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคง








