กรมการค้าภายใน ลงพื้นที่อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์การผลิตและการตลาดหอมหัวใหญ่ หลังผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดจำนวนมากช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงมีนาคม ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มปรับลดลง
นายจิรวุฒิ สุวรรณอาจ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า เกษตรกรได้รับผลกระทบจากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น พร้อมสะท้อนความกังวลต่อการนำเข้าหอมหัวใหญ่จากต่างประเทศในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีสำแดงราคานำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งแม้ชำระภาษีถูกต้อง แต่สามารถแข่งขันด้านราคากับผลผลิตในประเทศได้ ส่งผลต่อกลไกราคา
เพื่อแก้ไขปัญหา กรมการค้าภายในร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ และผู้ประกอบการ ดำเนินโครงการรับซื้อและกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิตในราคานำตลาด เป้าหมาย 1,000 ตัน ระหว่างวันที่ 21–28 กุมภาพันธ์ 2569 พร้อมเตรียมมาตรการเพิ่มเติมในช่วงต้นเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงผลผลิตออกมากที่สุด โดยยึดหลักคุ้มครองผลประโยชน์เกษตรกร
นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการบริหารจัดการอีก 5 แนวทาง ได้แก่ การทำ MOU รับซื้อล่วงหน้ารวม 6,700 ตัน มูลค่าประมาณ 80 ล้านบาท การสั่งการพาณิชย์จังหวัดช่วยกระจายสินค้า การรณรงค์อุดหนุนผลผลิตในพื้นที่ การจัดจำหน่ายผ่านงานธงฟ้า และการประสานทูตพาณิชย์ ณ กรุงโตเกียว เพื่อผลักดันการส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น
พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มความเข้มงวดกำกับดูแลการนำเข้า โดยประสานกรมศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง สกัดการลักลอบนำเข้าและการสวมสิทธิ์ ผู้นำเข้าต้องขออนุญาตและแจ้งรายละเอียดครบถ้วนเพื่อตรวจสอบเส้นทางสินค้า
ปัจจุบัน ราคาหอมหัวใหญ่คละ (เบอร์ 0–3) หน้าไร่เฉลี่ยอยู่ที่ 5–6 บาทต่อกิโลกรัม ลดลงจากต้นฤดูกาลที่เคยอยู่ราว 13 บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ราคาขายส่งในกรุงเทพฯ เฉลี่ย 22.50 บาทต่อกิโลกรัม และราคาขายปลีกเฉลี่ย 37.50 บาทต่อกิโลกรัม ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่เป็นแหล่งปลูกหอมหัวใหญ่รายใหญ่ คิดเป็นเกือบร้อยละ 70 ของประเทศ มีพื้นที่เพาะปลูก 5,130 ไร่ ผลผลิตรวมประมาณ 25,000 ตัน โดยอำเภอแม่วางและสันป่าตองออกสู่ตลาดแล้วร้อยละ 30 และคาดว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลในช่วงปลายเดือนมีนาคม








