นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมหัวหน้าหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3/2569 ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร โดยได้กำชับแนวทางการดำเนินงานสำคัญของหน่วยงานต่างๆ เพื่อเร่งรัดโครงการหลักของกรุงเทพมหานคร พร้อมเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ทั้งปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อากาศร้อนจัดและสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนที่จะมาถึง
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินโครงการสำคัญของกรุงเทพมหานครให้เป็นไปตามแผนและเสร็จสิ้นตามเป้าหมายที่กำหนด พร้อมทั้งติดตามสถานการณ์ภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งแม้แนวโน้มในช่วงนี้จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ จึงต้องดำเนินมาตรการควบคุมและป้องกันอย่างเข้มงวดต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน กรุงเทพมหานคร ต้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงฤดูฝน โดยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและเร่งดำเนินการตามแผนการลอกท่อระบายน้ำอย่างเคร่งครัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมถึงให้กวดขันโครงการก่อสร้างในพื้นที่ไม่ให้มีการทิ้งเศษวัสดุก่อสร้าง เช่น หิน ดิน ปูน หรือเศษวัสดุอื่นๆ ลงในท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการอุดตันและส่งผลต่อระบบระบายน้ำของเมือง
นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ยังให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิภาพประชาชน โดยระบุว่า จากการคาดการณ์สภาพอากาศในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดภาวะอากาศร้อนจัด กรุงเทพมหานครจึงเตรียมจัดพื้นที่พักหลบร้อนให้ประชาชนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ เพื่อลดผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรง
ในส่วนของการดูแลกลุ่มคนไร้บ้าน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้กำชับให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เพิ่มความเข้มงวดในการออกตรวจตราและดูแลพื้นที่ โดยให้ประสานข้อมูลร่วมกับพนักงานกวาดถนน ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับพื้นที่และสามารถรับรู้จุดที่มีคนไร้บ้านอาศัยอยู่ได้ เพื่อช่วยระบุพิกัดและนำข้อมูลเข้าสู่ระบบการช่วยเหลือ พร้อมทั้งพยายามดึงตัวคนไร้บ้านเข้าสู่โครงการบ้านอิ่มใจ เพื่อให้ได้รับการดูแลและช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านที่พักอาศัย สุขภาพและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิต
พร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยังเน้นย้ำเรื่องการจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยให้ทุกหน่วยงานดำเนินมาตรการคัดแยกขยะอย่างจริงจังและมีประสิทธิภาพ พร้อมกำชับว่า ห้ามนำขยะที่ประชาชนได้คัดแยกแล้วไปเทรวมกันในรถเก็บขยะโดยเด็ดขาดและให้มีการกำกับดูแลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่า ในบางพื้นที่ยังมีพฤติกรรมการจัดการขยะที่เป็นเพียงการจัดฉากหรือดำเนินการเพียงในเชิงสัญลักษณ์ โดยไม่ได้มีการแยกขยะจริงตามระบบ ผู้ว่าฯ กทม. จึงสั่งการให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับติดตาม เพื่อให้การจัดการขยะของกรุงเทพมหานครเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความคาดหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นการบริหารจัดการขยะของเมืองอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน








