ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่าสำหรับความคืบหน้าเรื่องเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ โดยเมื่อวันที่ 12 มี.ค. กระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยมาพบ โดยฝ่ายไทยได้ประท้วงอย่างสูงสุดต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย พร้อมทั้ง เรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษและชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าวและหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยได้แสดงความเสียใจและจะรายงานการประท้วงสูงสุดของไทยให้เมืองหลวงทราบต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า ในโอกาสนี้ฝ่ายไทยยังได้ย้ำความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาคและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในความขัดแย้ง ใช้ความยับยั้งชั่งใจ กลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต รวมถึงคำนึงถึงความปลอดภัยอย่างสูงสุดต่อชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์
นอกจากนี้เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 มี.ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมรับฟังด้วย ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ขอบคุณฝ่ายโอมานที่ได้ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงทีและขอให้ฝ่ายโอมานช่วยเร่งดำเนินการค้นหา และช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คน ทั้งนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศโอมานยืนยันว่า ทางการโอมานพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่และหวังว่าจะสามารถพบลูกเรือทั้ง 3 คนได้โดยเร็ว
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต โอมาน ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการโอมาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและให้ความช่วยเหลือต่อไป ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า หน่วยงานของไทยกำลังร่วมกันดำเนินการทุกวิถีทางอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้สามารถค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 3 คนได้โดยเร็วที่สุด เพราะความปลอดภัยของคนไทยคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุด
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานะของลูกเรือไทย 20 คน กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานว่า บริษัทเจ้าของเรือจะนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองเมืองคาซาบ โอมาน ไปยังสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้กับลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว ซึ่งคาดว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางออกจากเมืองคาซาบได้โดยเร็ว ทั้งนี้ การเดินทางต้องเดินทางผ่านพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี ก่อนกลับเข้ามายังโอมานอีกครั้ง โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จึงได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเจ้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านด่านของลูกเรือ จนกว่าลูกเรือจะสามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยต่อไป
สำหรับเรื่องพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยรวมยังความรุนแรง ตึงเครียด และเริ่มมีสัญญาณจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงความประสงค์ที่จะยุติความขัดแย้ง ซึ่งมาพร้อมกับเงื่อนไขของแต่ละฝ่าย โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งย้ำว่า หากไม่มีการปิดฐานทัพสหรัฐอเมริกา อิหร่านจะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคต่อไป และจะคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่าอิหร่านได้วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ และยังคงมีการโจมตีเรืออย่างต่อเนื่องนอกชายฝั่งยูเออี ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันหยุดชะงักบางส่วน และทำให้เริ่มมีการหารือถึงมาตรการที่จะควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว








