นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยถึงการเตรียมลงพื้นที่จังหวัดราชบุรีในวันที่ 3 เมษายน 2569 เพื่อรับฟังปัญหาคำร้องกรณีล้งมะพร้าวและสถานการณ์ราคามะพร้าวตกต่ำ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมีแนวทางแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่งแล้ว
การลงพื้นที่ครั้งนี้ จะเชิญหน่วยงานสำคัญ อาทิ กรมการค้าภายใน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ร่วมตรวจสอบสาเหตุของราคามะพร้าวที่ปรับลดลง ว่าเกิดจากการฮั้วราคาหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบประเด็นการใช้ตัวแทนถือครองธุรกิจ (นอมินี) ซึ่งอาจส่งผลให้กลไกตลาดขาดการแข่งขันที่เป็นธรรม
ในระยะสั้น จะพิจารณามาตรการรับซื้อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร ขณะที่ระยะยาว จะมุ่งปรับปรุงโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่สวนมะพร้าว ล้งคัดบรรจุ ระบบขนส่ง โลจิสติกส์ การส่งออก ตลอดจนการกระจายสินค้า เพื่อค้นหาจุดอ่อนและเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ พร้อมส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย เกษตรกร และสหกรณ์ ให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง
สำหรับสาเหตุของราคามะพร้าวตกต่ำ พบว่ามีหลายปัจจัย โดยหนึ่งในนั้นคือปริมาณผลผลิตในปี 2568 ที่ออกสู่ตลาดจำนวนมาก ประกอบกับข้อสงสัยเรื่องการฮั้วราคาและการใช้นอมินี ซึ่งอาจทำให้มีผู้มีอำนาจกำหนดราคาในตลาด ขณะเดียวกัน ยังพบช่องว่างของกฎหมายที่อนุญาตให้ต่างชาติสามารถตั้งล้งเพื่อส่งออกและถือหุ้นได้ 100% หากดำเนินธุรกิจส่งออกทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม หากมีการขยายไปถึงการถือครองที่ดินเพื่อทำสวนผลไม้ จะเข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ ทำให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดยังมีข้อจำกัด แม้จะสามารถใช้กฎหมายบางส่วน เช่น การยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดินได้ในบางกรณี
ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเร่งรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ เพื่อนำมาจัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อรัฐบาลในระยะเวลาอันสั้น รวมถึงพิจารณาแนวทางการจัดตั้งล้งกลางเพื่อบริหารจัดการสินค้าเกษตร โดยจะรับฟังข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ประกอบการพิจารณา พร้อมเดินหน้าหารือการผลักดันกฎหมายคุมนอมินีให้มีความชัดเจนและมีผลบังคับใช้โดยเร็ว








