“สุชาติ” สั่งเร่งแก้ปัญหาแม่น้ำกก เดินหน้าเป่าล้างบ่อบาดาล ควบคุมคุณภาพน้ำ สร้างความมั่นใจแก่ประชาชน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกอย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าน้ำที่ใช้อยู่ยังคงมีความปลอดภัย

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำชับหน่วยงานในสังกัด ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมรายงานผลอย่างโปร่งใส และเร่งดำเนินการแก้ไขทันทีเมื่อพบจุดเสี่ยง

จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอนดินอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 13 เดือน มีการตรวจวัดทั้งสิ้น 17 ครั้ง พบว่าคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกส่วนใหญ่มีค่าสารหนูต่ำกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดบริเวณพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศที่พบค่าเกินเกณฑ์ ซึ่งอยู่ระหว่างการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ผลการตรวจล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ณ สถานีตรวจสอบคุณภาพน้ำ ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไม่พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ขณะที่น้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และไม่พบผลกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายบางแห่งตรวจพบน้ำบาดาลมีความขุ่นสูง จึงได้ดำเนินการเป่าล้างบ่อเพื่อลดตะกอน ส่งผลให้คุณภาพน้ำกลับมาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และสามารถใช้อุปโภคได้อย่างปลอดภัย

ในส่วนของการดำเนินงานเชิงระบบ กรมทรัพยากรน้ำได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ รวมถึงพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำ เพื่อรองรับการใช้น้ำทั้งอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตร

ขณะที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ตรวจสอบคุณภาพน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุก เช่น การเก็บตัวอย่างน้ำ การตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และการเป่าล้างบ่อน้ำบาดาลในจุดที่มีความเสี่ยง

ด้านกรมควบคุมมลพิษได้เฝ้าระวังคุณภาพน้ำและตะกอนดินอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าบางจุดมีค่าปนเปื้อนเกินมาตรฐาน จึงได้แจ้งเตือนและให้คำแนะนำแก่ประชาชน พร้อมนำข้อมูลไปใช้ในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงจะเดินหน้ามาตรการระยะยาวอย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ การเพิ่มจุดตรวจน้ำบาดาล การจัดหาแหล่งน้ำสำรอง และการขยายความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

พร้อมให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และสื่อสารข้อมูลต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าคุณภาพน้ำยังคงอยู่ในระดับปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากประชาชนพบความผิดปกติของแหล่งน้ำ สามารถแจ้งหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเข้าตรวจสอบและแก้ไขได้ทันที

ข่าวที่เกี่ยวข้อง