นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายการประปาส่วนภูมิภาค โดยมี นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมคณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค และคณะผู้บริหารการประปาส่วนภูมิภาค ร่วมรับฟัง ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคารประปาวิวัฒน์ การประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เขตบางเขน กรุงเทพฯ และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (WebEx)
นายพลพีร์ กล่าวว่า ภารกิจของการประปาส่วนภูมิภาคคือให้บริการน้ำประปา ซึ่งเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ การจะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศมีน้ำสะอาดได้มาตรฐานปลอดภัยสำหรับการบริโภคอย่างเพียงพอทั่วถึงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความทุ่มเทความรู้ความเชี่ยวชาญและหัวใจที่พร้อมบริการ “Service mind” ซึ่งการประปาส่วนภูมิภาคไม่เคยหยุดพัฒนา พยายามผลักดันแผนงานและโครงการต่างๆ ที่ส่งผลประโยชน์ต่อประชาชน อาทิ โครงการ “น้ำดื่มสะอาด Mini Station” ตู้กดน้ำดื่มสะอาด โครงการน้ำดื่มสะอาด โครงการน้ำประปาดื่มได้ เพื่อให้บริการน้ำดื่มประชาชน
“จากการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กปภ. ในโอกาสต่างๆ ที่ผ่านมา สิ่งสำคัญของการดำเนินงานของเรา คือการประหยัดทรัพยากรน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการรั่วซึมหายไประหว่างท่อส่งน้ำจากต้นทางไปยังปลายทาง เรามี KPI “การสูญเสียของน้ำประปา (Leakage)” จะต้องไม่เกินร้อยละ 30 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นต้นทุนอันมหาศาลของหน่วยงาน ดังนั้น หากสามารถลดหรือตั้งเป้าหมายที่เกิดการสูญเสียน้ำลดลงได้ ก็จะกลายเป็นผลดีต่อประชาชนและต่อองค์กรของเรา งบประมาณเหล่านั้นจะสามารถนำไปพัฒนาการให้บริการน้ำประปาพื้นที่อื่นๆ ได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจและพร้อมช่วยสนับสนุน กปภ. ในทุกมิติ พร้อมทั้งขอให้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการมุ่งมั่นรักษามาตรฐาน สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพน้ำและการให้บริการประชาชน” นายพลพีร์ กล่าว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การประปาส่วนภูมิภาคถือเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทยในการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาคให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัวรวดเร็วทั่วถึง เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน จึงขอมอบนโยบายให้การประปาส่วนภูมิภาค ใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนองค์กร 4 ประการ ดังนี้
ประการที่ 1 “การเร่งรัดแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำและยกระดับคุณภาพประปาในทุกพื้นที่อย่างบูรณาการ” ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนเรียกร้องและรอคอยการแก้ไขปัญหา จึงขอให้ กปภ. บูรณาการทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อขยายเขตพื้นที่ให้บริการประปาให้ครอบคลุมมากที่สุด ทุกโครงการต้องทำได้จริงตอบสนองอย่างทันท่วงทีและลดเงื่อนไขด้านเวลา เพื่อให้ประชาชนมีน้ำสะอาดอุปโภคบริโภค
ประการที่ 2 “การลดต้นทุนองค์กรและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด” สอดรับกับนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายของภาครัฐและประชาชน ขอสนับสนุนให้ กปภ. ได้ศึกษาและนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาด อาทิ การติดตั้งระบบไฟ Solar Cell มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมในสถานีผลิตและจ่ายน้ำ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนค่ากระแสไฟฟ้าขององค์กรในระยะยาวแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนสู่การเป็นองค์กรเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ประการที่ 3 “ยกระดับการให้บริการด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและการบริการ ระหว่างหน่วยงาน” กระทรวงมหาดไทยมีเป้าหมายในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ดิจิทัล ขอให้ กปภ. ต่อยอดการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขยายผลจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอื่นๆ อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ได้บูรณาการมาอย่างต่อเนื่องในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วไร้รอยต่อ
ประการที่ 4 “โปร่งใสและการมีหัวใจบริการ (Service mind)” ขอให้ผู้บริหาร กปภ. และบุคลากรทุกท่าน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ และจงตระหนักว่าทุกปัญหาที่ประชาชนแจ้งเข้ามาคือภารกิจเร่งด่วนที่เราต้องเข้าไปดูแลรับผิดชอบ
“ขอให้ทุกท่านมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง เราพร้อมที่จะสนับสนุนและร่วมผลักดันทุกโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม เพื่อให้การประปาส่วนภูมิภาคเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจและเป็นเสาหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทย” นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติม
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ในวันนี้เป็นโอกาสที่ดีได้ร่วมรับทราบนโยบายและภาพรวมแนวทางการดำเนินงานของการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการบริหารหน่วยงานในกำกับดูแล เพราะน้ำคือชีวิต” กปภ. ต้องพึงตระหนักว่าเราต้องทำให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของประชาชนดีขึ้น การขยายเขตให้บริการและน้ำดื่มสะอาดให้ครอบคลุมความต้องการการใช้น้ำทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องบูรณาการความร่วมมือต่อทุกภาคส่วน เพื่อเป้าหมายเดียวกันคือ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้กับพี่น้องประชาชน
“กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ “การพัฒนาและเสริมบริการน้ำประปาในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค” เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบริการน้ำประปาของประชาชน ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจและขอขอบคุณคณะผู้บริหาร ตลอดจนบุคลากรของ กปภ. ทุกคน ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่ยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน” นายวรศิษฎ์ กล่าวในช่วงท้าย











