นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ว่า การท่าเรือแห่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบคมนาคมทางน้ำและสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงได้มอบหมายให้เร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานท่าเรือหลักจำนวน 5 แห่ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งสินค้าและการเดินทางของประชาชน
สำหรับท่าเรือแหลมฉบัง ได้สั่งการให้เร่งรัดการก่อสร้างโครงการระยะที่ 3 ให้เป็นไปตามแผน โดยเฉพาะการพัฒนาเทียบเรือ F1 และ F2 เนื่องจากในปี 2568 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเรือมากกว่า 10 ล้านตู้ ซึ่งใกล้เต็มขีดความสามารถในการรองรับ
ส่วนท่าเรือกรุงเทพ ได้มอบนโยบายให้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาศักยภาพศูนย์กระจายสินค้า พร้อมปรับบทบาทให้เป็นศูนย์ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อลดความแออัดและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้การท่าเรือแห่งประเทศไทยศึกษาวิเคราะห์ศักยภาพและความคุ้มค่าของท่าเรือระนอง เพื่อผลักดันให้เป็นประตูการค้าหลักฝั่งทะเลอันดามัน รวมถึงเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของท่าเรือเชียงของและท่าเรือเชียงแสน ให้มีความพร้อมรองรับการขนส่งและการเดินทางในอนาคต
ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะมีความผันผวน แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งของท่าเรือทั้ง 5 แห่ง โดยพบว่าปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 5 และปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 9 สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของระบบโลจิสติกส์ทางน้ำของประเทศไทย








