นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงความสำเร็จในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ การทุจริตสวมตัวแปลงสัญชาติและบ่อนการพนันผิดกฎหมาย ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดในการจำหน่ายรายการทางทะเบียนเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์รายใหญ่ พร้อมจัดตั้งคณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง เพื่อบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ปปง. และ DSI ในการสืบสวนและขยายผลอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ กรณีจ้างคนไทยจดทะเบียนสมรสและแจ้งเกิดบุตรเท็จเพื่อขอสัญชาติไทยนั้น นายอนุทิน ย้ำว่า เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งบุคคลเหล่านี้มักใช้สัญชาติไทยเป็นเครื่องมือในการฟอกเงินหรือถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างชาติ (นอมินี) โดยล่าสุดได้มีการดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิดแล้ว 34 ราย และลงโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง 19 ราย ซึ่งมีระดับสูงถึงนายอำเภอ โดยสั่งให้ออกจากราชการทันทีและดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ ในส่วนของการปราบปรามบ่อนการพนัน ตามนโยบายจัดระเบียบสังคม ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองทั้งในระดับจังหวัดและอำเภอทั่วประเทศ ได้มีผลงานการจับกุมผู้กระทำผิดกว่า 5,500 คดี และมีการตั้งจุดตรวจจุดสกัดรวมกว่า 3 แสนครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาและมีการทำงานที่เชื่อมโยงกันของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ตำแหน่งงานความมั่นคงและหน่วยงานด้านสาธารณสุข
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า รัฐบาล ยึดหลักการ “ถือพฤติกรรมเป็นสำคัญ” ในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานว่าไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลหรืออำนาจใดๆ พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้เอาจริงกับการปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด เพื่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชนและเสถียรภาพของประเทศไทยอย่างยั่งยืน








