นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินหน้านโยบายยกระดับระบบสาธารณสุขและการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ล่าสุด คณะกรรมการการแพทย์ และคณะกรรมการประกันสังคม มีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนค่าบริการทางการแพทย์ผ่านระบบทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ประกันตนที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรัง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
มาตรการดังกล่าวเป็นการปรับรูปแบบบริการสุขภาพให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะภาวะค่าครองชีพและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วย รัฐบาลจึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นทางเลือกในการรักษา โดยผู้ประกันตนสามารถปรึกษาแพทย์และติดตามอาการผ่านระบบ Telemedicine ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสถานพยาบาล
ทั้งนี้ ได้กำหนดอัตราค่าบริการ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยนอกที่เป็นผู้ประกันตนโรคเรื้อรัง ในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยสถานพยาบาลต้องมีระบบที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด และสามารถเบิกจ่ายจากสำนักงานประกันสังคมได้โดยตรง ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่าย ซึ่งมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 กรกฎาคม 2569
นอกจากนี้ รัฐบาลยังติดตามสถานการณ์ด้านยาและเวชภัณฑ์อย่างใกล้ชิด โดยองค์การเภสัชกรรมยืนยันว่ามีการสำรองยาและวัตถุดิบที่จำเป็นเพียงพอ เพื่อรองรับการรักษาผู้ประกันตนอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้ประกันตนสามารถเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลได้สะดวกมากขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับคุณภาพบริการให้ทันสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล








