กรมฝนหลวง ตั้ง 6 หน่วยปฏิบัติการ ครอบคลุม 5 ภูมิภาค รับมือสภาวะเอลนีโญ

นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากรายงานการเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญา ในเดือนมีนาคม 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า สภาพอากาศปีนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และอาจต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569 โดยคาดว่าจะส่งผลให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ รวมถึงอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้ 

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ตามมาตรการเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าว ด้วย 4 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย กักเก็บ เติมน้ำ ปรับเปลี่ยนและเฝ้าระวัง เพื่อให้เกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 

พร้อมได้สั่งปรับแผนการทำงานเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และการขอรับบริการฝนหลวง ตั้งแต่วันนี้( 1 พฤษภาคม 2569)เป็นต้นไป โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 6 หน่วย ได้แก่  หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก , หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ , หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุราษฎร์ธานี , หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครสวรรค์ , หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.จันทบุรี และ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 

ส่วนภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้ง การสเปรย์น้ำเย็น การก่อเมฆและเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลง ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ดี และดีมากแล้ว

ทั้งนี้ กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยังคงตั้งหน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ จำนวน 3 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก และ จ.ขอนแก่น เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง