นายสัจรินทร์ ศรีเสน ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 (สงขลา) เปิดเผยรายงานผลการปฏิบัติงานเข้าดับไฟป่าอย่างเร่งด่วน บริเวณป่าพรุเกาะสะบ้า หมู่ที่ 5 บ้านโคกพะยอม ต.เกาะสะบ้า อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม หลังได้รับแจ้งเหตุพบกลุ่มควันตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าว สืบเนื่องจากมีการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้าน แล้วเกิดลุกลามเข้าสู่บริเวณป่าพรุอย่างรวดเร็ว โดยสภาพพื้นที่เป็นป่าพรุที่มีต้นกระจูดขึ้นหนาแน่นและมีไม้เสม็ดขาวกระจายตัวอยู่ทั่วไป ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเหตุไฟป่าเกิดขึ้นมานานกว่า 5 ปี ทำให้มีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมมหาศาล เมื่อเกิดกระแสลมแรงจึงทำให้ไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและเกิดควันหนาทึบ ปกคลุมจนยากต่อการมองเห็นแนวไฟ
การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเน้นย้ำของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามไฟป่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยมีการระดมสรรพกำลังแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน

ในส่วนของการปฏิบัติงานวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นายสัจรินทร์ ได้สั่งการให้ยกระดับการควบคุมไฟป่า โดยสนธิกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม, สถานีควบคุมไฟป่าสงขลาและพัทลุง, เขตห้ามล่าสัตว์ป่าป่ากราด, อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง, อุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี (สนับสนุนโดรนตรวจการณ์) พร้อมด้วยกำลังจากกองพันซ่อมบำรุง กรมสนับสนุน กองพลทหารราบที่ 15, รถน้ำจาก ปภ.เทพา และ อบต. ในพื้นที่ (สะกอม, วังใหญ่, เทพา) รวมถึงเครือข่าย อส.อส. บ้านโคกพะยอม ที่ร่วมแรงร่วมใจเข้าสกัดเพลิง
ทางด้านอุปกรณ์การทำงาน เจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงพร้อมสายส่งน้ำกว่า 40 เส้น เพื่อสูบน้ำเข้าสกัดกั้นไฟที่ลามเป็นระนาบกว้าง อย่างไรก็ตาม จากกระแสลมที่พัดแรงในช่วงเช้าทำให้ไฟขยายวงกว้างจนสร้างความเสียหายเบื้องต้นไปแล้วกว่า 1,000 ไร่
ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงปักหลักปฏิบัติการดับไฟอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง แม้สภาพอากาศและควันไฟจะเป็นอุปสรรค แต่เจ้าหน้าที่ยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อปกป้องระบบนิเวศป่าพรุผืนนี้
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังและทำแนวกันไฟเพื่อไม่ให้ลุกลามเข้าสู่ชุมชนและจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะต่อไป








