นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ หารือ ให้การต้อนรับ นายราฟาเอล ซิสโลว์สกี ผู้จัดการ Google ประจำประเทศไทย และทีมงาน Google for Education ในโอกาสเข้าพบเพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนการนำปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการพัฒนาระบบการศึกษาไทยที่สอดรับกับนโยบายการศึกษา 5 ด้าน ของกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุมราชวัลลภ
รมว.ศธ. กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ มีความยินดีที่ Google ประเทศไทย ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดย Google for Education มีบทบาทในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ดิจิทัลในระดับสากล และเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความร่วมมือที่จะเกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในบริบทของการศึกษาไทย เช่นเดียวกับ ศธ. ที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างขีดความสามารถในระยะยาวของประเทศไทย ในสภาวการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ระบบการศึกษาไม่เพียงสร้างโอกาสในการเข้าถึง แต่ต้องสามารถสร้างผู้เรียนให้มีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเติบโตในยุคดิจิทัล
ทั้งนี้ การหารือครั้งนี้ สอดรับกับนโยบายการศึกษาทั้ง 5 ด้าน ที่แถลงต่อรัฐสภา โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 มิติหลัก ประกอบด้วย
1. ยกระดับการเรียนรู้ของนักเรียน มุ่งเป้าไปที่การสร้างความฉลาดรู้ด้าน AI เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอนาคต ตอบโจทย์ตลาดแรงงานและเศรษฐกิจยุคใหม่
2. คืนเวลาให้ครู มุ่งสนับสนุนเครื่องมือและการฝึกอบรม เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดภาระงานด้านเอกสาร
3. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ปรับงบประมาณและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงการศึกษา
“นวัตกรรมและเทคโนโลยีจะต้องถูกนำไปใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ลดภาระงานครู และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ต่อนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนในพื้นที่ที่ขาดแคลนโอกาส เพื่อไม่ให้มีเด็กไทยคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” รมว.ศธ.กล่าว
ด้านนายราฟาเอล ซิสโลว์สกี ผู้จัดการ Google ประจำประเทศไทย ได้กล่าวขอบคุณและตอกย้ำถึงพันธกิจภายใต้แนวคิด Leave No Thai Behind พร้อมระบุว่า Google มีการลงทุนครั้งใหญ่เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน Cloud และ Data Center ในไทย เพื่อให้ AI เข้าถึงได้สำหรับทุกคน และที่ผ่านมา ได้ช่วยพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับครูและนักเรียนไทยไปแล้วกว่า 700,000 คน พร้อมนำเสนอแผนการนำ Gemini เข้ามาช่วยครูเตรียมการสอนและประเมินผล ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดภาระงานของครูได้ 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ Chromebook ที่ประหยัดและปลอดภัยต่อการจัดการศึกษา และแอปพลิเคชัน Read Along ที่ใช้ Adaptive Learning มาช่วยพัฒนาการออกเสียงภาษาอังกฤษของเด็กไทย













