สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านสายด่วน 1386 ว่ามีชายเร่ร่อนทราบชื่อ “นายติ๊ก” เข้ามาพักอาศัยและมีพฤติกรรมมั่วสุมเสพยาเสพติดในช่วงเวลากลางคืนภายในวัดแห่งหนึ่ง ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยผู้แจ้งระบุว่านายติ๊กมักจะซื้อยาเสพติดมาจากพระภิกษุภายในวัด แม้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบในครั้งแรกจะไม่พบตัวนายติ๊ก เนื่องจากเป็นบุคคลไร้บ้านและไม่มีหลักแหล่งแน่ชัด แต่เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 นางสาวศศิรัศมิ์ นามวงษ์ ผู้อำนวยการส่วนบังคับใช้กฎหมาย (ผอ.บก.ปปส.ภ.1) นำเจ้าหน้าที่ ปปส. ภาค 1 สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้ากราบนมัสการชี้แจงข้อเท็จจริงและขออนุญาตจากเจ้าอาวาสวัด เพื่อดำเนินการตรวจค้นและตรวจหาสารเสพติดบุคคลภายในวัดทั้งหมด
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปัสสาวะพระภิกษุสงฆ์ จำนวน 29 รูป และคนงานภายในวัด 1 คน ผลปรากฏว่า พบพระสงฆ์ 1 รูป คือ พระวรวุฒิ (ขอสงวนนามสกุล) มีผลตรวจปัสสาวะเป็นบวก พบสารเสพติดประเภทคีตามีน (Ketamine) ในร่างกาย จึงขยายผลเข้าตรวจค้นภายในกุฏิอย่างละเอียด พบของกลางคีตามีน น้ำหนักประมาณ 0.7 กรัม บรรจุอยู่ในถุงซิปล็อก ซุกซ่อนอยู่ใต้ที่นอน
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวพระวรวุฒิ ไปลาสิกขาบทกับเจ้าอาวาสทันที ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาครอบครองวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (คีตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตและเสพวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท (คีตามีน) โดยผิดกฎหมาย
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวรวุฒิ (อดีตพระ) ให้การรับสารภาพว่า ได้สั่งซื้อคีตามีนมาจากผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมาย ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ท้ายบ้าน ทันที เมื่อไปถึงพบเพียงภรรยา โดยไม่พบตัวเป้าหมายและไม่พบสิ่งผิดกฎหมายในบ้านพัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะดำเนินการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








