“จุลพันธ์” ประชุมรัฐมนตรีแรงงานเอเปค ครั้งที่ 8 ร่วมมือ ออสเตรเลีย-จีน ขยายโอกาสแรงงานไทย พัฒนาทักษะ คุ้มครองสิทธิแรงงาน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เข้าหารือทวิภาคีกับ The Hon Andrew Giles MP  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทักษะและการฝึกอบรม เครือรัฐออสเตรเลีย ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีแรงงานเอเปค (APEC Human Resources Development Ministerial Meeting: APEC HRDMM) ครั้งที่ 8 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 กันยายน 2569 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

นายจุลพันธ์ แสดงความยินดีและขอบคุณสำหรับการตอบรับการหารือ พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความสำคัญในการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับกำลังแรงงานของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกแห่งการทำงาน ซึ่งได้หารือในประเด็นสำคัญ 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. การเคลื่อนย้ายแรงงานและโอกาสการจ้างงาน โดย นายจุลพันธ์ ได้ติดตามผลการหารือเดิมที่เคยพูดคุยกับ The Hon Tony Burke MP เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการขยายโอกาสการจ้างงานให้แก่แรงงานไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะในสาขาเกษตรกรรมตามฤดูกาล ก่อสร้าง รวมถึงอาชีพแรงงานฝีมือและแรงงานทักษะสูง พร้อมกันนี้ ได้หยิบยกประเด็นข้อกำหนดด้านทักษะภาษาอังกฤษ โดยเสนอความเป็นไปได้ในการปรับระดับหรือการทดสอบภาษาอังกฤษให้สอดคล้องกับความจำเป็นในการสื่อสารจริงของแต่ละสาขาอาชีพ ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการจัดหางานหารือในรายละเอียดร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียอย่างใกล้ชิดต่อไป 

2. การพัฒนาทักษะแรงงานและอนาคตแห่งการทำงาน โดยประเทศไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับและเพิ่มพูนทักษะแรงงาน (Upskilling & Reskilling) เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ (Automation) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) โดยไทยพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับออสเตรเลียด้านการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ (TVET) รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันฝึกอบรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ

3. ในช่วงที่ทำหน้าที่เป็นประธานรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนในวาระปี 2569 – 2571 ขอความร่วมมือเครือรัฐออสเตรเลียในการสนับสนุน และแลกเปลี่ยน เรื่อง ASEAN Skill Certification และ AI governance (ธรรมาภิบาลด้าน AI) ร่วมกับสมาชิกอาเซียน ซึ่งจะมีประโยชน์ในด้านการเคลื่อนย้ายไปทำงานระหว่างประเทศของแรงงานต่อไป

นายจุลพันธ์ ได้กล่าวขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทักษะและการฝึกอบรม เครือรัฐออสเตรเลีย สำหรับการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ และแสดงความมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมืออันดีระหว่างไทยและออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับพหุภาคีและผ่านกรอบความร่วมมือเอเปค

นายจุลพันธ์ ยังได้หารือกับ H.E. Ms. Wang Xiaoping รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อมุ่งยกระดับความร่วมมือด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และทักษะแรงงาน โดยเฉพาะทักษะรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เทคโนโลยีดิจิทัล หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และทักษะสีเขียว พร้อมต่อยอดความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกับบริษัทจีนในประเทศไทย รวมถึงหัวเว่ย เพื่อพัฒนาแรงงานให้สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานยุคใหม่ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนทิศทางการดำเนินงานในฐานะประธานการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียน (ALMM) ภายใต้แนวคิด “Advancing ASEAN Human Capital: Skills Certification towards Global Recognition” ซึ่งมุ่งผลักดันการรับรองทักษะให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ควบคู่กับความร่วมมือด้านการกำกับดูแล AI อย่างมีความรับผิดชอบในโลกการทำงาน และการพัฒนาทุนมนุษย์ พร้อมส่งเสริมความร่วมมือกับจีนผ่านกรอบ ASEAN Plus Three อย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ขอบคุณจีนที่สนับสนุนความร่วมมือด้านนโยบายการจ้างงานในอาเซียนผ่านโครงการ ProSSCE–ASEAN ตลอดจนโครงการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ด้านงานที่มีคุณค่าในเศรษฐกิจแพลตฟอร์ม พร้อมแสดงความสนใจในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางดำเนินงานระหว่างกัน และย้ำว่าความร่วมมือระหว่างไทยและจีนจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับทักษะแรงงานให้เท่าทันโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงแรงงานพร้อมทำงานร่วมกับจีนอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนากำลังคน เพิ่มโอกาสในการทำงาน และสร้างประโยชน์ร่วมกันแก่แรงงานและประชาชนของทั้งสองประเทศ

สำหรับการประชุมรัฐมนตรีแรงงานเอเปค ครั้งที่ 8 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 กันยายน 2569
ณ เมืองหนานจิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้หัวข้อ “การยกระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้ทันสมัย
เพื่อประชาคมเอเชีย-แปซิฟิกที่เข้มแข็งยิ่งขึ้น” มุ่งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม โครงสร้างประชากร และเทคโนโลยี โดยเน้นย้ำความร่วมมือใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

1. การส่งเสริมการจ้างงานคุณภาพสูงและการพัฒนาเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการจ้างงาน เชื่อมโยงนโยบายเศรษฐกิจกับการจ้างงาน ใช้ประโยชน์จาก AI เพิ่มโอกาสทางอาชีพ สนับสนุนให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสในการทำงานและการฝึกอบรม

2. การลงทุนในคนและพัฒนาทักษะวิชาชีพ มุ่งเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ยกระดับทักษะดิจิทัล เสริมสร้างการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI เพื่อรองรับการเกิดของอาชีพใหม่ ๆ 

3. การพัฒนาระบบประกันสังคมดิจิทัล นำเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Big Data, AI และ Cloud Computing มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการประกันสังคมให้ยืดหยุ่น ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และครอบคลุม ทั้งนี้ก่อนการประชุม คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เอเปค ครั้งที่ 8 และร่างภาคผนวกว่าด้วยข้อริเริ่มการรับมือผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการจ้างงานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก พร้อมอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมายร่วมรับรองเอกสารทั้ง 2 ฉบับ อีกทั้ง ในส่วนของร่างภาคผนวกฯ
ได้ระบุถึงแนวทางเฉพาะในการนำ AI มาช่วยลดภาระงานในกลุ่มอาชีพเสี่ยงภัย ทดแทนแรงงานในกลุ่มที่ขาดแคลน คาดการณ์ความต้องการทักษะแรงงานล่วงหน้า ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิแรงงานในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
ซึ่งการเข้าร่วมรับรองแถลงการณ์ครั้งนี้ จะช่วยยกระดับศักยภาพแรงงานไทยให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับสมาชิกเอเปค อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวไม่มีถ้อยคำผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ จึงไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง