“ซาบีดา” ร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ผลักดันไทยเป็น “ศูนย์กลางภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ระดับโลก” Cash Rebate สูงสุด 20%

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ภารกิจหลักของกระทรวงวัฒนธรรม คือการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้แนวคิด “Content Thailand” ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาผลงานคุณภาพและผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยสู่เวทีนานาชาติ โดยประเทศไทยได้บูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในตลาดโลกในงาน เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ (Cannes Film Festival) ครั้งที่ 79 ระหว่างวันที่ 12 – 23 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม จะมีการร่วมกิจกรรมสำคัญ อาทิ พิธีเปิดคูหาประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ในนามประเทศไทย (Thailand Pavilion) ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้กำกับภาพยนตร์ไทย (Director Talk) ณ คูหาหมายเลข 112 หมู่บ้านนานาชาติ (Village International) สะท้อนถึงพลังสร้างสรรค์ของบุคลากรไทย และศักยภาพของภาพยนตร์ไทยที่มีบทบาทมากขึ้นในเวทีนานาชาติ

กระทรวงวัฒนธรรมได้แสดงความยินดีกับภาพยนตร์เรื่อง “9 Temples to Heaven” (9 วัดสู่สวรรค์) และ “What do you seek in the dark?” (หาอะไร?) ซึ่งได้รับคัดเลือกให้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 โดย “9 Temples to Heaven” ได้รับคัดเลือกในสาย Directors’ Fortnight และ “What Do You Seek in the Dark?” ได้รับคัดเลือกในสาย Critics’ Week ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทยบนเวทีโลก

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจัดกิจกรรม Thai Pitching เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไทยนำเสนอโครงการต่อผู้ลงทุนและพันธมิตรจากต่างประเทศ โดยมีภาพยนตร์ที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ น้ำหนักของเถ้าธุลี (The Weight of Ash) สันติคีรี (So Long, Maesalong) และดิ อะพ็อคคะลิพส์ อ๊อฟ บี (The Apocalypse of Bee) กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากประเทศไทย ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้แทนจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ หรือผู้ที่เคยถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย รวมถึง Buyer ที่เคยซื้อภาพยนตร์ไทย กิจกรรม Producer Networking – Thai Cinema Showcase Cannes 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้กำกับ นักลงทุน และผู้จัดจำหน่ายจากต่างประเทศ ได้พบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความร่วมมือทางธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงได้จัดกิจกรรมร่วมกับสื่อชั้นนำในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และบันเทิงระดับโลก “Deadline” ภายใต้ชื่อ “Thai Cinema Global Showcase 2026” นำเสนอภาพยนตร์ไทยที่มีความโดดเด่น จำนวน 5 บริษัท ซึ่งมีโปรเจกต์ภาพยนตร์ศักยภาพสูงร่วมเสวนาเพื่อยกระดับภาพยนตร์ไทย ได้แก่ ผีเข้า (Possessed) โกฮัง หัวใจโกโฮม (Gohan) 9 วัดสู่สวรรค์ (9 Temples to Heaven) ยันต์เทวา ท้าเดิมพัน (God Skin) และตัวแทน (1 After One) กิจกรรมการสนับสนุนผู้กำกับภาพยนตร์สั้นไทยเข้าร่วมโครงการ Cinema de Demain

สำหรับความพิเศษในครั้งนี้ “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” หรือ แบมแบม GOT7 ในฐานะตัวแทนภาพยนตร์ไทยและนักแสดงจากภาพยนตร์สยองขวัญฟอร์มยักษ์แห่งปี “คำสารภาพของหมอผี” (The Confession of Shaman) จะเข้าร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ในครั้งนี้ด้วย โดยแบมแบมจะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การเดินพรมแดงพาลส์ เดส์ เฟสติวาล (Palais des Festivals) กิจกรรม A Sit-down Lunch Talk พิธีเปิดคูหาประเทศไทย (Thai Pavilion) และกิจกรรม Thai Night และอีกหนึ่งความพิเศษในปีนี้ ประเทศไทยได้ประกาศมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์จากต่างประเทศ โดยบริษัทต่างชาติที่ว่าจ้างผู้ผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของไทย ที่มีมูลค่าสัญญาขั้นต่ำต่อโครงการ ตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป จะได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเงินคืน (Cash Rebate) สูงสุดถึง 20% ซึ่งมาตรการดังกล่าวครอบคลุมบริการด้านการผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ อย่างครบวงจร อาทิ แอนิเมชัน วิชวลเอฟเฟกต์ เกม และงานโพสต์โปรดักชัน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์ไทยสู่ระดับสากล การเข้าร่วมเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสให้ผลงานไทยได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 นางสาวซาบีดา ยังได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนจากสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์แห่งสหรัฐอเมริกา (Motion Picture Association: MPA) ที่ได้แสดงความยินดีกับมาตรการใหม่ของประเทศไทยในการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยภายในประเทศ และมาตรการส่งเสริมการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์ของต่างชาติ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถของไทยสู่การเป็นฐานการผลิตภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ระดับนานาชาติ โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางการสนับสนุนอุตสาหกรรมภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ซึ่งผู้แทน MPA ได้ชื่นชมทิศทางนโยบายของไทยว่าเป็นมาตรการเชิงรุกที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้สร้าง ผู้ผลิต และนักลงทุนจากทั่วโลก และเห็นว่าความต่อเนื่องของนโยบายจะช่วยเพิ่มศักยภาพประเทศไทยในการดึงดูดกองถ่ายทำจากต่างประเทศ งาน Post-Production และการจ้างผลิตดิจิทัลคอนเทนต์เข้าสู่ประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ขณะที่ ไทยยืนยันความพร้อมในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “ศูนย์กลางภาพยนตร์และดิจิทัลคอนเทนต์ระดับโลก” ผ่านนโยบายที่ทันสมัย สอดรับเทคโนโลยีการผลิตยุคใหม่ และการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้เดินหน้าขยายโอกาสทางการค้าของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยในเวทีโลก นำผู้ประกอบการไทยจำนวน 15 บริษัท  เข้าร่วมจัดแสดงผลงานและเจรจาการค้า ครอบคลุมทั้งธุรกิจภาพยนตร์ ซีรีส์ แอนิเมชัน รวมถึงบริการสนับสนุนการผลิต เช่น สตูดิโอและบริการสำหรับกองถ่าย ในงาน Marché du Film ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ (Cannes Film Festival 2026) ระหว่างวันที่ 12 – 20 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองคานส์ สาธารณรัฐฝรั่งเศส ภายใต้คูหาประเทศไทย (Thailand Pavilion) เพื่อส่งเสริมโอกาสทางการค้า การเจรจาธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ระดับนานาชาติ แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในฐานะผู้ให้บริการครบวงจรในห่วงโซ่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกทั้งด้านคุณภาพและความคุ้มค่า ตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เป็นหนึ่งในสินค้าบริการยุทธศาสตร์ของประเทศ

สำหรับ “Marché du Film เป็นหนึ่งในตลาดภาพยนตร์ที่สำคัญที่สุดของโลก การเข้าร่วมงานครั้งนี้จะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงผู้ซื้อ นักลงทุน และแพลตฟอร์มสื่อระดับนานาชาติ ต่อยอดสู่การร่วมผลิต (Co-production) และการขยายตลาดในระยะยาว ซึ่งในแต่ละปี มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 15,000 ราย จากกว่า 140 ประเทศ ครอบคลุมผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย นักลงทุน แพลตฟอร์มสื่อระดับนานาชาติ และผู้ให้บริการในอุตสาหกรรม สื่อและบันเทิง โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การซื้อขายลิขสิทธิ์ การนำเสนอผลงานภาพยนตร์ (Pitching) และการจับคู่ธุรกิจ ที่ล้วนเป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการค้าระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ ซึ่งการเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยในส่วนของ DITP ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางด้านการค้า ภายใต้คูหา Thailand Pavilion พร้อมกิจกรรมเจรจาการค้า (Business Matching) สร้างเครือข่ายธุรกิจ รวมถึงงาน Thai Night Cannes เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมระดับโลก และย้ำว่าได้มุ่งใช้เวทีระดับนานาชาติเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ขยายตลาดต่างประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่อุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย ควบคู่กับการพัฒนาองค์ความรู้และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในเวทีโลก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง