นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 หลังจากเฟส 1 จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้ ว่า นโยบายใดก็ตามที่เป็นประโยชน์และก่อให้เศรษฐกิจดี การค้าขายคล่อง คุณภาพชีวิตประชาชน รัฐบาลจะพิจารณาทุกเรื่อง ขณะเดียวกันยังไม่ได้พิจารณาลงลึกในรายละเอียดว่าจะปรับเป็น 50-50 แทนปัจจุบันที่ใช้ 60-40 หรือไม่ เพราะต้องดูเงินในกระเป๋าด้วย เพราะการกู้บางคนบอกว่า จะทำให้เกิดภาระต่อประชาชน ซึ่งก็ต้องดูเงื่อนไขการกู้ด้วยและการปล่อยกู้มาจากสถาบันการเงิน ซึ่งสิ่งสำคัญจะพิจารณาถึงการคืนเงินในอัตราดอกเบี้ยกำหนด
นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า การกู้เงินเพื่อมาใช้ในระบบเศรษฐกิจและให้เกิดการกระจายในระบบ ไม่ใช่เพื่อคนใดคนหนึ่งและเห็นได้จากผลสะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่น การลงทุนต่างๆ มูลค่าการค้า การส่งออกที่ได้มากกว่าเดิมและจีดีพี ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครกล้าพูดถึง เพราะความเป็นจริงเป็นเช่นนี้
ส่วนการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ รัฐบาลมีแผนอย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามกระตุ้นทุกอย่าง ตั้งแต่การลด และแยกประเภทค่าไฟทางออก เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน ปรับภาระความเสี่ยงด้านพลังงาน จัดระเบียบดาต้าเซนเตอร์ใหม่ เพราะใช้น้ำ ไฟเยอะ ก็ต้องกำกับดูแลไม่ให้ประชาชนถูกผลกระทบ รวมถึง ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งได้รับการชื่นชมทำให้นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนมากขึ้น มีการจ้างงานคนไทยเพิ่มมากขึ้น








