นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับผู้บริหารระดับสูง 3 สถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ที่อาคาร Bank of America Tower นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเน้นย้ำแนวทางของรัฐบาลในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน รวมทั้งยินดีที่ได้มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้บริหารสถาบันการเงินและกองทุนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ส่วนตัวเห็นว่า สถาบันการเงินระดับโลกมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนักลงทุนและแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ รวมถึงช่วยสะท้อนมุมมองของภาคธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมการลงทุนของไทย
ขณะที่ ประธานกรรมการธุรกิจต่างประเทศ ชื่นชมนโยบายรัฐบาลไทยที่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโลกในอนาคต ทั้งการส่งเสริม AI เทคโนโลยีดิจิทัลและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด รวมทั้งจะเดินทางเยือนไทย เพี่อเข้าร่วมการประชุมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ที่ประเทศไทยในเดือนหน้านี้ด้วย
สำหรับการพูดคุยกับผู้บริหารบริษัท Microsoft ทั้งสองฝ่าย ได้แลกเปลี่ยนแนวทางต่อยอดความร่วมมือด้านดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนาทักษะบุคลากร และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรี ขอบคุณ Microsoft ที่มีส่วนสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย ซึ่งจะยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ ผลิตภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจไทยเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกและแข่งขันในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ส่วนการหารือกับ ผู้บริหาร PIMCO ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินโลก แนวโน้มการเคลื่อนย้ายเงินทุน ตลอดจนปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนสถาบันระดับโลกใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อมูลและมุมมองจากนักลงทุนระดับโลก จะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการติดตามทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินระหว่างประเทศ รวมถึงการพัฒนานโยบายและสภาพแวดล้อมด้านการลงทุนให้สามารถแข่งขันและตอบโจทย์นักลงทุนในระยะยาว
ในการหารือพูดคุยของท่านนายกรัฐมนตรีกับ 3 สถาบันการเงินชั้นนำของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณถึงความพร้อมของไทยในการเปิดรับเงินทุนและความร่วมมือจากนักลงทุนระหว่างประเทศ สร้างโอกาสให้เงินทุนคุณภาพเข้ามามีส่วนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ








