นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ว่า ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ โดยยืนยันว่า การออก พ.ร.ก. กู้เงินดังกล่าว เป็นเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากเป็นเรื่องของ “วิกฤตปากท้องประชาชน” และรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน สำหรับการเปรียบเทียบกับวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตนั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีความแตกต่างจากวิกฤตปี 2540 หรือวิกฤตต้มยำกุ้งอย่างสิ้นเชิง เพราะในครั้งนั้นเป็นวิกฤตเรื่องค่าเงินและสถาบันการเงินล้ม แต่ในครั้งนี้เป็นวิกฤตเรื่องค่าครองชีพและปากท้องประชาชน ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนและหากไม่เร่งดำเนินการตั้งแต่วันนี้ วิกฤตจะยืดเยื้อและส่งผลกระทบมาอีกหลายระลอก ตั้งแต่วิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันและภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น จนอาจกระทบต่อการจ้างงานและธุรกิจรายย่อยที่ไม่สามารถประคองตัวได้
นายเอกนิติ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า วัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก.กู้เงิน400,000 ล้านบาท คือเพื่อสำหรับการเยียวยาและการเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้ประชาชนกลับมาเข้มแข็งขึ้นหลังพ้นวิกฤต โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน ทั้งนี้ เนื่องจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว รัฐบาลก็พร้อมเดินหน้าทำงานต่อทันที เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเดือดร้อนไปมากกว่านี้








