ไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจซึมตัว คาดหวังไทยช่วยไทยพลัส สร้างเม็ดเงินเข้าระบบ 2 แสนล้านบาท ช่วยเศรษฐกิจขยายตัว

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยและผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะซึมตัว เนื่องจากผู้ประกอบการ ธุรกิจขนาดเล็กและภาคการเกษตร เริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนวัตถุดิบ ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อที่อาจแตะระดับร้อยละ 4-5

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทย ยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในช่วงปลายไตรมาสที่ 3 ถึงต้นไตรมาสที่ 4 โดยคาดหวังแรงหนุนจากมาตรการของภาครัฐ ทั้งการตรึงราคาพลังงานไม่ให้เกิน 40 บาทต่อลิตร การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและโดยเฉพาะการอัดฉีดเม็ดเงินเยียวยาผ่านโครงการ“ไทยช่วยไทยพลัส” ซึ่งประเมินว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมราว 200,000 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 เดือน และจะช่วยผลักดันให้จีดีพี (GDP) ของปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้าหมายในกรอบร้อยละ 1.5-2.0

ขณะที่ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาทนั้น มองว่างบประมาณส่วนที่ใช้กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 200,000 ล้านบาทแรก ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วน แต่งบด้านการปรับโครงสร้างพลังงานรัฐบาลควรชี้แจงรายละเอียดและผลสัมฤทธิ์ให้สังคมเข้าใจชัดเจนยิ่งขึ้น 

นอกจากนี้ นายธนวรรธน์ ได้เสนอแนะนโยบายเร่งด่วน 3 ประการต่อรัฐบาล ได้แก่ การบูรณาการแก้ปัญหาภัยแล้งและซูเปอร์เอลนีโญเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตร การเร่งให้หน่วยงานท้องถิ่นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างการจ้างงานและยกระดับทักษะแรงงานและการเฝ้าระวังการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเข้มงวด ควบคู่ไปกับการเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว เช่น การพัฒนาพลังงานสะอาดเพื่อรองรับการลงทุนศูนย์ข้อมูล ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองและดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงเข้ามาพำนักเพื่อแก้ปัญหาประชากรวัยแรงงานที่ลดลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง