นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
ผลงานดังกล่าวเป็นของหน่วยงาน อาทิ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ขยายผลจับเครือข่ายขนยาเสพติดข้ามภาค ตรวจยึดไอซ์ 498 กิโลกรัม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมขยายผลจับเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากภาคอีสานเข้าสู่พื้นที่ตอนใน
อีกคดี บช.ปส.2 ใช้ระบบ Big Data วิเคราะห์เส้นทางขบวนการค้ายา ก่อนสกัดจับรถขนยาบ้า 3 คัน ตรวจยึดยาบ้ากว่า 4.1 แสนเม็ด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย
ขณะที่ บช.ปส.3 สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ภาคเหนือและตอนใน รวม 12 คดี ผู้ต้องหา 30 คน ตรวจยึดยาบ้ากว่า 30 ล้านเม็ด ไอซ์ประมาณ 330 กิโลกรัม คีตามีน 199 กิโลกรัม และฝิ่นอีก 4.8 กิโลกรัม
ด้าน บช.ปส.4 ขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดผ่านระบบโลจิสติกส์ ก่อนตรวจค้นคลังสินค้าใน จ.สุราษฎร์ธานี พบยาบ้าซุกซ่อนในพัสดุรวมกว่า 6.96 ล้านเม็ด เตรียมส่งต่อไปยังปลายทางภาคใต้
ส่วนกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) สามารถจับกุมผู้ต้องหาพร้อมไอซ์ 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนภายในบ้านพักในพื้นที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม โดยดัดแปลงโครงสร้างบ้านเพื่ออำพรางยาเสพติด
นอกจากนี้ ตำรวจภูธรภาค 1 ยังขยายผลจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาบ้าจากภาคเหนือเข้าสู่พื้นที่ตอนใน ตรวจยึดยาบ้ากว่า 9.5 ล้านเม็ด ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา
ขณะที่ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) ตรวจยึดยาบ้าเกือบ 2 ล้านเม็ด และไอซ์ 597 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.นครพนม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย
ส่วนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย จับกุมชาวมาเลเซีย 3 คน ลักลอบขนไอซ์หนักรวม 97 กิโลกรัม ผ่านขบวนรถไฟสายหนองคาย–กรุงเทพฯ โดยซุกซ่อนในกระเป๋าเดินทาง
นอกจากนี้ ตำรวจยังทลายแหล่งลักลอบผลิต “สารเอโทมิเดต” ซึ่งเป็นสารสำคัญที่ใช้ผสมในบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย หรือ “พอดเค” ภายในบ้านพักพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบผู้ต้องหาชาวจีน 3 ราย พร้อมอุปกรณ์และสารเคมีจำนวนมาก
นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง พร้อมสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปราบปราม และสกัดกั้นเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวันนี้เป็นการแถลงการผลการจับยาเสพติดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568- 11 พฤษภาคม 2569 รวมประมาณ 8 เดือน ได้บูรณาการกำลังร่วมกับทุกหน่วยงาน เดินหน้าปราบปรามยาเสพติดเชิงรุกทั่วประเทศ จนสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้รวม 183,979 คดี พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด, ไอซ์ 34,116 กิโลกรัม, เฮโรอีน 756 กิโลกรัม, คีตามีน 5,222 กิโลกรัม และยาอี 274,880 เม็ด รวมถึงอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดมูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท

พร้อมย้ำว่าฝากเตือนตลอดการจับกุมที่ผ่านมา เชื่อว่าผู้ต้องหาหลายรายได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าการกระทำผิดจะเพิ่มขึ้นมากเพียงใด ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่รัฐได้ โดยภาครัฐมองผู้กระทำผิดเป็นภัยต่อสังคมและเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพ ผู้ค้า ผู้สนับสนุน หรือแม้แต่เยาวชนที่ตกเป็นทาสของยาเสพติด ก็ควรรีบถอนตัวออกจากวงจรนี้
ทั้งนี้ คดียาเสพติดถือเป็นคดีอาญาร้ายแรงที่ไม่สามารถยอมความได้ มีบทลงโทษตั้งแต่จำคุกกว่า 20 ปี ไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิต พร้อมสะท้อนความห่วงใยไปยังครอบครัวของผู้กระทำผิด แม้จะรู้สึกสงสาร แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ เนื่องจากเป็นความผิดร้ายแรงตามกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังยืนยันว่า จะสนับสนุนการปราบปรามอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น พร้อมเตือนถึงผลกระทบของยาเสพติดที่อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตและย้ำว่าภาครัฐจะบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเดินหน้ากวาดล้างอย่างจริงจังต่อไป








