นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยถึงสาเหตุที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบถอด 9 ธุรกิจ ออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยครอบคลุมทั้งธุรกิจบริการโทรคมนาคม ศูนย์บริหารเงิน ธุรกิจสินเชื่อและสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอัตโนมัติ และธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ว่า ธุรกิจส่วนใหญ่มีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะอยู่แล้ว จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยโดยตรง และไม่ใช่การเปิดให้ชาวต่างชาติเข้ามาแข่งขันในธุรกิจไทยได้อย่างเสรี แต่เป็นการลดความซ้ำซ้อนด้านกฎหมายและขั้นตอนการขออนุญาต เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและเทคโนโลยีขั้นสูงเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมยกระดับศักยภาพแรงงานและธุรกิจไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากล
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติยังคงต้องขออนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแลตามเดิม โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ยืนยันว่า ยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย ควบคู่กับการส่งเสริมการลงทุน และปราบปรามการใช้คนไทยเป็นนอมินีแทนชาวต่างชาติอย่างจริงจังต่อไป








