นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะรัฐมนตรี เชิญผู้บริหารระดับสูงจากภาคธุรกิจ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญกว่า 35 คน เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะ ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมกันหาแนวทางพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีตัวแทนจากภาคเอกชนขนาดใหญ่และองค์กรเศรษฐกิจสำคัญเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ผู้เข้าร่วมประกอบด้วย ตัวแทนจากคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มสถาบันการเงิน กลุ่มธุรกิจการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ กลุ่มพลังงาน กลุ่มโรงแรม กลุ่มธุรกิจสุขภาพ กลุ่มก่อสร้าง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค
นายอนุทินกล่าวภายหลังการหารือว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหา เสนอความคิดเห็นและแนะนำแนวทางที่รัฐบาลสามารถเข้าไปสนับสนุน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ
นายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลต้องการรับฟังสถานการณ์ของแต่ละภาคธุรกิจ ทั้งปัญหา อุปสรรคและความคาดหวังที่มีต่อภาครัฐ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถขยายกิจการ สร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยย้ำว่า รัฐบาลไม่ใช่ผู้ประกอบการโดยตรง ดังนั้นการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจจำเป็นต้องสอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ เพื่อให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้มอบแนวทางการทำงานแก่ส่วนราชการให้ทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเสนอความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้รัฐบาลสามารถกำหนดมาตรการสนับสนุนได้อย่างเหมาะสมและสร้างความเข้มแข็ง ความยั่งยืน และอนาคตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชันในบางหน่วยงานว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้มีพฤติกรรมดังกล่าวเกิดขึ้น โดยเตรียมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อแจ้งให้ทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน โดยไม่ปล่อยให้ภาพลักษณ์เรื่องการทุจริตฝังลึกในสังคม พร้อมย้ำว่าจากนี้ไปทุกหน่วยงานต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจสร้างตราบาปต่อระบบราชการและประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ทั้งยาเสพติด การพนัน ฟอกเงินและขบวนการสแกมเมอร์ โดยยืนยันว่า รัฐบาลชุดนี้ไม่ประนีประนอมกับผู้กระทำผิด และเปิดโอกาสให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทำงานได้อย่างเต็มที่
พร้อมกันนี้ ยังระบุว่า หากการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่ระดับสูงกว่าที่ถูกกล่าวหาเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นระดับปลัดจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัด ก็จะต้องถูกดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าผู้ที่ไม่ได้กระทำผิดไม่จำเป็นต้องกังวล แต่รัฐบาลจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสาธารณชนว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวทิ้งท้ายว่า การปราบปรามการทุจริตและการกระทำผิดกฎหมายเป็นภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะในรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แต่ต้องทำอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบราชการและสังคมที่โปร่งใส รวมถึงเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและประชาชนในระยะยาว








