นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณีสื่อสังคมออนไลน์มีผู้ร้องเรียนว่า ผู้ค้าทุเรียนปลายทางที่เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ซื้อทุเรียนยี่ห้อหนึ่งจำนวน 60 ลัง ลังละ 6 ลูก ในราคา 790 หยวน หรือประมาณ 237,000 บาท แต่กลับพบว่าทุเรียนไม่ได้คุณภาพ มีหนามช้ำ และเนื้อมีรอยกระแทกสีน้ำตาล ซึ่งมีลักษณะคล้าย “ทุเรียนลม” หรือทุเรียนที่ร่วงหล่นจากต้น โดยมีการระบุแหล่งส่งออกว่ามาจากล้งแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี
นายรพีภัทร์ กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดที่โรงคัดบรรจุ หรือ “ล้ง” ดังกล่าว เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งสั่งให้บริษัทขนส่งและผู้ส่งออกที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า แปลงปลูกที่ถูกระบุไว้บนกล่อง เป็นสวนของเกษตรกรในพื้นที่ตำบลเขาแก้ว อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยเจ้าของสวนยืนยันว่า ไม่เคยเกิดพายุในสวน และไม่มีการจำหน่ายทุเรียนลมอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ เจ้าของสวนชี้แจงว่า ได้ตัดทุเรียนจำหน่ายไปเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา จำนวน 1.5 ตัน โดยผ่านการตรวจร้อยละน้ำหนักเนื้อแห้งจากสำนักงานเกษตรอำเภอแก่งหางแมว ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ในวันที่มีผู้มารับซื้อทุเรียนถึงสวน ได้มีการขอสำเนาใบ GAP ของสวนไป โดยอ้างว่าไม่ต้องลงรายละเอียดการซื้อขาย ขณะนี้เจ้าของสวนได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้เป็นหลักฐานแล้วว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทุเรียนลมล็อตดังกล่าว
นอกจากนี้ กรมวิชาการเกษตรยังได้ประสานสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ให้เข้าตรวจสอบล้งที่ขึ้นทะเบียนตามมาตรฐานบังคับ เรื่องหลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ ตามมาตรฐาน มกษ. 9070-2566 เพื่อควบคุมคุณภาพและสกัดกั้นทุเรียนอ่อน หรือทุเรียนด้อยคุณภาพอย่างเด็ดขาด
หากตรวจพบว่าล้งใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์มาตรฐานบังคับ จะมีโทษทั้งจำคุกและปรับ รวมถึงอาจถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตทันที เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ และรักษาผลประโยชน์ของชาวสวนทุเรียนไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ยังเน้นย้ำถึงภาพรวมมาตรฐานทุเรียนไทยในฤดูกาลนี้ว่า ขอให้เกษตรกรและผู้บริโภคมั่นใจ เนื่องจากปัจจุบันไทยส่งออกทุเรียนแล้วกว่า 450,000 ตัน หรือประมาณ 168 ล้านลูก และพบปัญหาตามที่มีการร้องเรียนเพียง 30 ลูกเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ตลอดฤดูกาลส่งออกปีนี้ สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GACC) ยังไม่เคยมีหนังสือแจ้งเตือนการตรวจพบปัญหาทุเรียนอ่อน สาร BY2 หรือหนอนเจาะผลทุเรียนแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมคุณภาพทุเรียนส่งออกของไทยที่ยังคงมีมาตรฐานสูงอย่างต่อเนื่อง








