ชลประทานเตรียมโครงการกระจายน้ำให้เข้าถึงเกษตรกร รองรับภัยแล้ง–เอลนีโญ พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำรับมือฝนรุนแรงเฉียบพลัน ลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคเกษตร

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการบริหารจัดการน้ำ ณ โครงการระบายน้ำคลองภักดีรำไพ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงให้เห็นถึงพระ ปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมีวิสัยทัศน์ในการแก้ไขปัญหาของจังหวัดจันทบุรีเรื่องอุทกภัย ได้อย่างยั่งยืนโดยทราบว่าจันทบุรีมีอ่างเก็บน้ำหลักจำนวน 6 แห่ง และมี 4แห่งที่อยู่ในการกำกับดูแลของกรมชลประทาน ซึ่งภาพรวมสถานการณ์น้ำในปัจจุบันมีอยู่ที่ประมาณ 189,000,000 ลูกบาศก์เมตรหรือถือเป็นร้อยละ 50 ของความจุซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาแต่จากการคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีน้ำน้อยจาก ปรากฏการณ์เอลนีโญ ดังนั้นในช่วงฤดูฝนนี้กรมชลประทานจะต้องดำเนินนโยบายในการบริหารจัดการและกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมเครื่องมือด้านชลประทาน รวมถึงความพร้อมของอาคารชลประทานต่างๆ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำ ให้สามารถบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เผยด้วยว่า ได้หารือกับอธิบดีกรมชลประทานถึงเรื่องการบริหารจัดการน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคของประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ใหญ่เข้าไม่ถึงแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทุเรียนที่เป็นพืชเศรษฐกิจ นั้นทราบว่า กรมชลประทานได้จัดเตรียมโครงการที่จะกระจายน้ำให้ครอบคลุมถึงเกษตรกรรายย่อยอย่างทั่วถึงให้ครอบคลุมทุกประเทศไว้แล้ว


นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้อย่างทั่วถึงโดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรรายย่อย มองว่าการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดินจะทำให้ มีการกระจายแหล่งน้ำขนาดใหญ่และขนาดเล็กมากขึ้น และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่กรมชลประทานจะต้องให้ความสำคัญและหาแนวทางในการรับมือ คือปรากฏการณ์ฝนตกรุนแรงเฉียบพลัน (Rainbomb) โดยเฉพาะ จังหวัดที่เป็นพื้นที่ชายฝั่งซึ่งมีโอกาสเกิด Rainbomb สูง ซึ่ง หากมีระบบการระบายน้ำและกระจายน้ำได้ดีก็จะสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้พอสมควร เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง