นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะระดับน้ำ ประกอบกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้มีประกาศเรื่อง สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ ป้อมพระจุลจอมเกล้า และพื้นที่ใกล้เคียง ในวันที่ 17 – 24 พ.ค. 69 (ฉบับที่ 6/2569) ประกาศ ณ วันที่ 14 พ.ค.69 แจ้งว่า
วันที่ 17 – 24 พ.ค.69 เวลา 19.00 – 00.30 น. เป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง และคาดว่าจะส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่ง และระดับน้ำในแม่น้ำ/คลองเพิ่มสูงขึ้น ประมาณ 1.80 – 1.90 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งสูงกว่าแนวน้ำวิกฤตประมาณ 0.10 – 0.20 เมตร อาจส่งผลให้เกิดสภาวะระดับน้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ/คลอง รวมถึงชุมชนนอกคันกั้นน้ำ และบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
พื้นที่เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ระหว่างวันที่ 17 – 24 พ.ค.69 ในพื้นที่ภาคกลาง ประกอบด้วย จ.ปทุมธานี (อ.เมืองปทุมธานี และ อ.สามโคก) จ.นนทบุรี (อ.เมืองนนทบุรี อ.ปากเกร็ด และอ.บางกรวย) จ.นครปฐม (อ.บางเลน อ.นครชัยศรี และ อ.สามพราน) จ.สมุทรสาคร (ทุกอำเภอ) จ.สมุทรสงคราม (ทุกอำเภอ) และ จ.สมุทรปราการ (อ.เมืองสมุทรปราการ อ.พระสมุทรเจดีย์ อ.พระประแดง และ อ.บางบ่อ) รวมทั้งกรุงเทพมหานคร
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสานแจ้ง 6 จังหวัดในภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยในช่วงดังกล่าว โดยกำชับให้ติดตามสถานการณ์ สภาวะระดับน้ำ และแนวโน้มสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ/คลอง เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร รวมถึงจัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด ตลอดจนเตรียมยกของขึ้นที่สูง ตรวจสอบปลั๊กและอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่พ้นจากน้ำป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้ารั่ว และและสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยที่แอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT” และสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ1784” รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือต่อไป








