นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัจจุบันประชาชนจำนวนมากเริ่มหันมาติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ภายในบ้าน เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องความปลอดภัยในการเลือกใช้อุปกรณ์และการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน
กระทรวงอุตสาหกรรมมีความห่วงใยต่อกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ออกมาตรฐานครอบคลุมทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นแผงโซลาเซลล์ อินเวอร์เตอร์ คอนเวอร์เตอร์ แบตเตอรี่ สายไฟ PV รวมถึงการออกแบบ การติดตั้ง และการทดสอบระบบ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผลักดันให้เป็นมาตรฐานภาคบังคับ หรือ มอก. ภายในต้นปี 2570
การผลักดันมาตรฐาน มอก. สำหรับระบบแผงโซลาเซลล์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางโรดแมปสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้สามารถเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานการผลิตอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ครบวงจรภายในประเทศได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมจัดทำคู่มือการติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างปลอดภัยสำหรับประชาชน โดยแนะนำให้ศึกษาระบบที่ต้องการใช้งานก่อนติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นระบบ On-grid ที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า ระบบ Off-grid ที่แยกใช้งานเฉพาะ หรือระบบ Hybrid ที่ผสมผสานทั้งสองรูปแบบ เพื่อเลือกให้เหมาะสมกับงบประมาณและลักษณะการใช้งานของแต่ละครัวเรือน
นอกจากนี้ ประชาชนควรเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้รับมาตรฐาน มีเครื่องหมายรับรอง มอก. หรือมาตรฐานสากล รวมถึงเลือกใช้อินเวอร์เตอร์และสายไฟที่เหมาะสมกับระบบ เพื่อป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรหรืออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้
ด้านการติดตั้ง ควรใช้บริการช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีใบรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และสามารถให้บริการดูแลหลังการติดตั้งได้ ขณะเดียวกัน เจ้าของบ้านควรตรวจสอบสภาพแผงโซลาร์เซลล์ สายไฟ และตู้ควบคุมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงติดตั้งถังดับเพลิงชนิด CO2 ไว้ภายในบ้านเพื่อความปลอดภัย
หากเกิดเหตุไฟไหม้หรือเหตุฉุกเฉิน ห้ามฉีดน้ำใส่อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือแผงโซลาร์เซลล์โดยตรง และควรรีบปิดระบบไฟก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง พร้อมแจ้งว่าเป็นบ้านที่ติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าระงับเหตุได้อย่างปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ คณะรัฐมนตรีได้ออกมาตรการสนับสนุนผู้ติดตั้ง Solar Rooftop โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท สำหรับครัวเรือนที่ติดตั้งระบบ On-grid ภายในปีภาษี 2568–2570 รวมถึงอนุมัติรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากโซลาร์ภาคครัวเรือนในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคประชาชน








